Pubet Blog >>> All of Yo!!!

Saturday, August 28, 2004

สรุปกิจกรรมที่น่าสนใจรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

วันจันทร์
- ไปช่วยแด้กับดวงเป็น TA วิชาปาสคาล ปรากฏว่าเป้าหมายไม่มาดันไปเป็น Lead ซะงั้น
- ไปดู Windstuck มากับเพื่อนแด้(ที่โดนลากมาดูด้วย)รอบสี่ทุ่ม หนังสนุกมากๆชอบๆไม่เสียแรงที่ไปดูซะดึก
วันอังคาร
- ไปช่วยแด้ กับดวงคุมสอบปาสคาล ปรากฎว่าเป้าหมายมาสอบนั่งกลางห้องแถมเรียกเราไปนั่งข้างๆด้วย แต่ว่าเป็น TA(จำเป็น) ที่ดีต้องทำตัวดีๆ เลยไม่ไปนั่ง
- ไปโยนโบล์กับไช้ตอนสี่ทุม(โดนไช้ลากไป) กว่าจะได้โยนก็ห้าทุ่มเลิกเกือบตีหนึ่ง ข่าวดีทำแต้มได้เกินร้อยครั้งแรก
วันพุธ
- วันนี้ไม่มีเรียน ไม่รู้วันนี้ทำอะไรไปบ้าง ลืม!!! อ่อจำได้ว่าเพื่อนแด้ Message มาตอนเกือบตีสองว่าเข้าห้องแลบเราไม่ได้ต้องไปนอนบ้านเพื่อน
วันพฤหัส
- เหมือนจะเริ่มเครียดเลยเกิดคึกนอนมหาลัย
- เกิดเรื่องสิ่ ยามอย่างโหดครับ มาเคาะห้องไม่เลิก อยู่คนเดียวด้วย น่ากลัวชะมัด ต้องลงไปหลบอยู่ใต้โต๊ะกลัวมันจะปีนขึ้นมาดู โทรหาเพื่อนแด้(สายหลังๆ)ก็ติดต่อไม่ได้ โชคดีมีแบงค์ช่วยดูให้ เอาเป็นว่าต้องปิดไฟทั้งคืนทำไรก็ไม่ได้อย่างเซ็งอ่ะ
วันศุกร์
- เหมือนจะเครียดว่ะ ไม่ได้ทำไรเช่นเคย
วันเสาร์
- เครียดจัด แต่ก็ยังไปเดินจตุจักรมาแล้วก็โพส blog อย่างเปรมเช่นนี้

ไปเดินจตุจักรมา

เคยคุยกับแด้ว่าจะไปเดินจตุจักรมาประมาณสี่อาทิตย์ได้แล้วเพราะว่าช่วงนั้นมีเงินและก็อยากได้เสื้อผ้าใหม่ๆ ผลัดกันไปผลัดกันมาจนในที่สุดก็ได้ไปวันนี้ ตอนแรกจริงๆไม่ค่อยอยากไปเท่าไรเพราะเครียด แต่ว่าตั้งใจจะไปแล้วก็ต้องไปให้ได้ครับ

ออกจากเกษตรก็บ่ายสามโมงกว่าๆแล้ว ไปเดินจตุจักรตอนแรกก็ไม่รู้จะซื้ออะไร เพราะซื้อไม่เป็น(ไม่เคยซื้อของเอง) แต่เอาเข้าจริงแล้วของที่ชอบก็มักสะดุดตาร้านเดียวกับแด้ เลยทำให้เหมือนซื้อของเลียนแบบกัน ประมาณว่าแด้ซื้อ เราซื้อ ก็ดีเหมือนกันจะได้ช่วยต่อให้เราด้วยเพราะเราต่อไม่เป็น


สรุปรายการของวันนี้ที่ได้มา
ก็เสื้อยืดมีปก 190 บาท
กางเกง 180 บาท
เสื้อยืดมีปกอีกตัว 100 บาท
กางเกงยีนส์ 199 บาท
ถุงเท้า 50 บาท
ค่าข้าว+น้ำ ประมาณ 30 บาท

รวมทั้งหมดประมาณ 760 บาท ทั้งหมดเพื่อนแด้จ่าย แหมใจดีจริงๆ ต้องขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

เครียดโว้ยยยยยยยยย

เครียดโว้ย
ไม่รู้ทำไมอาทิตย์นี้มันเครียดจริงๆ แล้วเพิ่งมาเครียด เป็นอะไรไม่รู้อ่ะ เรื่องโปรเจ็กส์ทำไมทำเราเครียดได้ขนาดนี้ มันเหมือนเราทำไม่ได้แล้วโดเดี่ยวอยู่เพียงผู้เดียวไม่มีใครคอยให้คำปรึกษา ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับเราเป็นลูกคนเดียวหรือป่าวไม่รู้ที่มีพ่อแม่คอยโอ๋คอยเอาใจทำอะไรไม่ได้พ่อ แม่ ก็ทำให้ ไม่เคยรับผิดชอบชีวิตด้วยตัวเอง

เอาละต่อแต่นี้ไปเราจะพยายามยืนด้วยลำแข้งของตัวเองพยายามทำงานให้ได้ด้วยตัวเองสักที ไม่รู้จะไปได้สักกี่น้ำ

Tuesday, August 24, 2004

เรื่องของเพื่อนของผม Special Blog

เวลาเกือบสี่ปีในชีวิตนิสิตมหาวิทยาลัย ผมรู้สึกว่ามันช่างรวดเร็วซะเหลือเกิน เรื่องราวมากมายมันก็ผ่านเข้ามาในชีวิตของผม มีทั้งดีและร้าย มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ความทรงจำของผมมากมายได้เกิดขึ้นที่นี่

ครับ ชีวิตในแต่ละวันของผม ก็มีทั้งวนๆเวียนๆซ้ำๆซากไปวันๆ บางวันก็มีเรื่องบางเรื่องเข้ามาให้ตื่นเต้นได้เป็นพักๆ ครับ blog special ครั้งนี้ผมขอเอ่ยถึงเพื่อนของผมที่ต้องเจอกันทุกวัน ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยร่วมกัน

เรื่องราวของผมมากมายเกิดขึ้นร่วมกับเพื่อนๆของผมสามคนนี้มากที่สุดเลยครับ

คนแรกครับ
แมน
คนนี้ผมขอเรียกว่าเพื่อผู้มีพระคุณ ผมรู้จักกับแมนมาได้เกือบๆสี่ปีเท่ากับชีวิตที่เรียนในมหาวิทยาลัยได้ แมนรู้จักกับผมตั้งแต่ปีหนึ่ง เรียน sec เดียวกันตลอดจนถึงตอนนี้ ตอนแรกๆผมรู้จักกับแมนในฐานะที่มันเป็นขวัญใจสาวๆครับ ผมหมั่นไส้มัน เพราะว่าเวลาเพื่อนมีปัญหาอะไรมักจะเรียกหาแมนเสมอ คนอะไรชอบทำตัวเป็นพระเอก ผมคนหนึ่งหล่ะจะไม่พึ่งมันคนหนึ่ง... แต่แล้วโชคชะตาก็ทำให้ผมกับแมนต้องมาเรียนในภาควิชาเดียวกัน จะมีใครหล่ะถ้าไม่ใช่มันที่จะคอยติวหนังสือให้เวลาเรียนไม่รู้เรื่อง สุดท้าย ไอ้แมนคนนี้แหละคือคนที่ผมนึกถึงคนแรกอยู่เสมอเมื่อผมมีปัญหาด้านการเรียนเพราะแมนแทบจะเป็นเพื่อนคนเดียวเลยที่ไม่ปฏิเสธผมเวลาผมขอให้มันติวหนังสือให้หรือขออยู่กลุ่มเดียวกันกับมัน แบบว่าไม่ต้องเกรงใจเลยก็ว่าได้ เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็แมนคนเดียวอีกนั่นแหละที่เป็นเพื่อนที่ช่วยล้างห้องน้ำ,ยกของเวลาย้ายหอโดยไม่ต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ ประทับใจมึงจริงๆเลยว่ะ ไอ้ซูเปอร์แมน

มาร์ค
คนนี้ครับรู้จักตอนปีสองเทอมต้น จำได้ว่าไปเรียน Eng4 แล้วคุ้นหน้าคนๆนี้ เหมือนจะอยู่ภาคเดียวกัน ก็เลยไปทำความรู้จักซะ ไปๆมาๆ ต้องอยู่กับมันเนี่ยแหละ คบแล้วสบายใจ มาร์คเป็นเพื่อนที่ผมขอเรียกว่า เพื่อนผู้น่าภาคภูมิใจแล้วกัน เพราะว่าเป็นเพื่อนของผมที่ผมคิดว่ามันทำอะไรก็ดูดีมีหลักการไปหมด มาร์คเป็นเพื่อนผมคนหนึ่งที่ผมจะเชื่อเสมอเวลามันพูดอะไร เป็นคนที่น่าเชื่อถือมาก แต่มีอยู่อย่างเดียว อย่างเดียวเท่านั้นจริงๆที่ผมจะกลัวมาร์คเสมอ ครับสิ่งเดียวที่ผมกลัวมาร์คครับ ผมกลัวมาร์คด่าอ่ะครับ (อันนี้ก็ทราบนะครับว่าเพื่อนหวังดี แต่บางทีมันก็ไม่รู้จริงหรือลืมไปแล้วนี่นา)

แด้
เพื่อนแด้จริงๆแล้วชื่อว่านัด แต่เพื่อนเรียกว่าแด้ เพราะหน้าคงเหมือนดักแด้ มั้ง ฮ่าๆ เพื่อนแด้ผมขอเรียกว่าเพื่อนสบายๆแล้วกัน อยู่กับแด้แล้วสบายใจ แต่บางทีก็มีไม่สบายใจบ้าง เพราะว่าแด้ชอบหาว่าผม ง๊องแง๊ง แด้เป็นเพื่อนคนเดียวที่ผมกล้างี่เง่าด้วยได้ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เพราะว่ามันไม่ด่าเหมือนมาร์คแล้วก็ไม่เฉยชาเหมือนแมนมั้ง แด้เป็นเพื่อนที่ผมคุยด้วยแล้วรู้สึกสนุกมีอะไรก็เล่าให้ฟัง เป็นเพราะว่าความสนิทด้วยมั้งอีกอย่างมักจะได้ข้อคิดอะไรๆที่แปลกๆกลับมาเสมอประมาณว่าคนอื่นไม่น่าจะคิดได้ แด้เป็นเพื่อนอีกคนที่มีน้ำใจและก็เชื่อว่ามีความจริงใจให้เพื่อนมากอีกคนหนึ่ง

ครับเพื่อนผมสามคนนี้ใน Special Blog ของผมเป็นยังไงบ้างคาดว่าคุณๆก็คงคิดเหมือนผมใช่มั้ยครับ

อบรมร้องเพลงกับ KU CHORUS

ครับก็ไปอบรมร้องเพลงกับ KU CHORUS มา
ตามไปอ่านที่ Blog ของแด้ได้
http://dugdae.blogspot.com/2004/08/ku-korus.html
เพราะไปอบรมด้วยกันมา
สนุกดี ครูสอนใจดี ได้ประสบการณ์ใหม่ๆเพิ่มเข้ามาโอเคเลยอ่ะ

Monday, August 09, 2004

Lanna Commins

ผมไม่กล้าเรียกตัวเองว่านักฟังเพลง เพราะผมเป็นประเภทชอบเพลงไหนก็ฟัง แต่ในฐานะคนชอบฟังเพลงไทยคนหนึ่ง วันนี้ผมมีอัลบั้มดีๆอัลบั้มหนึ่งมาแนะนำเพื่อนๆเพราะผมรู้สึกว่ามีความแปลก และ มีแนวเป็นของตัวเองดี ครับอยากให้เพื่อนๆลองฟังดู


จุดเด่นของอัลบั้มนี้คือการนำเพลงหรือภาษาพื้นบ้านของชาวภาคเหนือมาประยุกต์เข้ากับภาษาภาคกลางและความเป็นสากลได้อย่างดี อันนี้ต้องขอชื่นชมโปรดิวเซอร์ และ ผู้ทำงานเบื้องหลังครับ รวมไปถึงความน่ารักสดใส และเสียงหวานๆของตัวลานนาเองซึ่งก็มีเลือดศิลปินอย่างเต็มตัวครับ ผมไม่แปลกใจเลยสักนิดครับที่อัลบั้มนี้จะทำรายได้อย่างถล่มทลายในภาคเหนือ

น้องของพี่นาวินตาร์

วันนี้ไปช่วยเพื่อนแด้คุมสอบแลบเลยได้มีโอกาสตรวจข้อสอบให้น้องของพี่นาวินตาร์ ความจริงก็ไม่มีอะไรหรอก ตื่นเต้นเพราะว่าเป็นน้องของนาวินตาร์เลยนะเฟ้ย ถ้าไม่ได้ยินกับหูหรือเห็นกับตาของตัวเอง (เพราะหน้าตางั้นๆมาก) จะไม่เชื่อเลยนะเฟ้ย

เรามันก็แค่ ASUS อ่ะนะ

ใช่เซ่ ของมันกระจอกราคาไม่ถึงหกหมื่น ใครจะไปมีราคาไปสู้พวก VAIO ,TOSHIBA ได้ เชอะ !!!

Sunday, August 08, 2004

แอโรบิก แดนซ์

วันนี้ครับ เป็นวันที่ต้องไปเต้นแอโรบิกครับ ตื่นแต่เช้าตั้งแต่ตีห้าครึ่งเพื่อมาเต้นตอนหกโมงเช้าครับ นัดกับสุเมธที่ใต้ตึกคอม แล้วก็เดินไปสนามอินทรีย์ด้วยกัน ตอนแรกนึกว่าต้องเต้นกันอยู่สองคน พอดีไปเจอกลุ่มน้องๆปีสอง เลยไปรวมๆเต้นกับน้องๆด้วย เหตุการณ์ก็โอเคดี เต้นไปหัวเราะไป เพราะท่าเต้นแบบหางเครื่องมาก โดยรวมก็โอเค ไม่น่าเบื่อมาก เต้นเสร็จ น้องๆขอสุเมธมาดูคะแนน practicum น้องๆบางคนอย่างน้องแก้ว น้องฝน น้องแอน ก็สมหวังเพราะคะแนนเยอะ บางคนก็ผิดหวังอย่างน้องตงเพราะคะแนนน้อยก็ไม่รู้จะทำไงก็ต้องช่วยพูดไม่ให้เครียดกัน เห็นน้องน้ำตาคลอแล้วรู้สึกใจหาย คิดถึงตัวเองว่ะ เศร้าด้วยอีกคน

Saturday, August 07, 2004

มาช่วยคุมสอบ

วันนี้เป็นวันแรกครับที่มาช่วยเพื่อนๆที่เป็น TA ปาสคาลคุมสอบแลบ เหตุกรณ์ก็ปกติดีครับ เป็นsecภาคพิเศษ น้องๆทำกันไม่ค่อยได้ เรื่องลอกกันไม่มี แค่อยากจะช่วยน้องแต่ทำไม่ได้ คาดว่าวันจันทร์จะไปช่วยเพื่อนแด้คุมอีกวัน (sec นี้เคยมาช่วยเพื่อนแด้เป็น TA มาแล้วเลยพอรู้จักน้องๆบ้าง)

เรื่องมหัศจรรย์
ตอนแรกก็ว่าน่าจะเปิดแถลงข่าวเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเราเมื่อวานนี้ตอนสอบแลบเน็ตเวิร์กที่ทำให้คนทั้งภาคฮือฮา แต่คิดไปคิดมาอย่าดีกว่าไม่อยากพาดพิงไปถึง เลยเอามาเขียนไว้ใน blog ของผมดีกว่า

ก่อนอื่นผมต้องขอขอบตุณเพื่อนๆทุกท่านที่ให้กำลังใจถามไถ่กันตอนออกจากห้องสอบหรือเพื่อนๆที่คอยลุ้นให้ผมได้คู่กัน ยังไงก็ขอขอบคุณมาด้วย ณ ที่นี้ครับ

ว่าไปแล้วนะครับถ้าคำนวนไม่ผิดโอกาสของความน่าจะเป็นที่จะเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อวานมีเพียง 1 ใน 780 เท่านั้นนะครับ ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ สำหรับคำถามอันดับหนึ่งที่มีเข้ามามากมายเหลือเกินว่า คุยอะไรกันระหว่างทำแลบ ก็ขอตอบสั้นๆเลยนะครับก็คุยปกติครับให้สามารถทำแลบเสร็จได้ก็โอเคครับ ไม่มีปัญหาหรือเหตุการณ์นองเลือดแต่ประการใด ขอบคุณเพื่อนๆที่เป็นห่วงนะครับ

สำหรับอาการของผมเมื่อวานนี้ยอมรับครับว่าอึ้งไปนานเหมือนกัน หลายวินาทีได้ กับเหตุการณ์หลายอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็น งงครับ เสียงเพื่อนๆที่ดังโห่ร้องแบบกึกก้องมาก ซึ่งตอนนั้นผมคิดอะไรไม่ออกเลยครับรู้แต่ว่ามึนไปหมด ไม่รู้ว่าจะเข้าไปสอบแลบได้อย่างไร แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผ่านมาได้ด้วยดี และผมก็ยังคงดำรงชีวิตของผมอยู่ได้จนถึงปัจจุบันครับ


Friday, August 06, 2004

datawarehouse website

http://planning.ucsc.edu/irps/dwh/dwhwww.htm
http://mac-mai.concordia.ca/dw/
http://138.87.1.4/DataWarehouse/whselead.html
http://www.fms.indiana.edu/fdrs/
http://www.fms.indiana.edu/fdrs/demo/
http://oregonstate.edu/dept/computing/warehouse/
http://www-db.stanford.edu/warehousing/warehouse.html
http://edw.berkeley.edu/
http://www-act.ucsd.edu/act/1dataw.html
http://www.cu.edu/~irm/
http://www.umanitoba.ca/campus/administrative_systems
/database_technologies/warehouse-old/waretop.html
http://www.upenn.edu/computing/da/dw/
http://www.mis.jdstory.uq.edu.au/dataCollectionsDW.shtml
http://www.doit.wisc.edu/infoaccess/
-------------------------------------------------------
http://www.oracle.com/datawarehouse/index.html
http://www.businessobjects.com/
http://planning.ucsc.edu/irps/dwh/dwhwww.htm



I-Robot
ไปดู i-robot มาแล้วครับเมื่อวานนี้ (5 ส.ค.47 ) กับเพื่อนโจ๊ก เพื่อนเต้ เพื่อนมาร์ค ครับ หนังสนุกดีครับเรื่อยๆ แต่ว่าตอนดูทรมานมากเลยอ่ะ เพราะว่ามันเปิดแอร์เย็นมาก แล้วก็ปวดปัสสาวะมากเช่นกัน เลยดูไปกับความทรมานครับ เฮ้อ

Wednesday, August 04, 2004

คาราโอเกะ 13 เหรียญ

เพิ่งจะบ่นๆคุยๆกับเพื่อนไช้เมื่อวันจันทร์ว่าอยากจะไปคาราโอเกะ ก้อไม่นึกเลยว่าจะได้ไปทันใจในอังคารวันรุ่งขึ้น เนื่องในโอกาสฉลองที่สุเมธสอบชิงทุนไปญี่ปุ่นได้กับวันเกิดของแบงค์ปรัชญ์
ภายในห้องคาราโอเกะตกแต่งอย่างสวยงามอลังการมาก บรรยากาศก็ค่อนข้างดี อาหารหลักก็จะเป็นพิซซ่าเป็นส่วนใหญ่ ไปกันเยอะเต็มห้องพอดี มาร้องครั้งนี้เจออะไรแปลกๆขำๆให้สนุกสนานเปรมปรีดิ์ ไม่ว่าจะเป็น ออมเต้นท่ามัวอี มัวอี ปารัตตา คิกขุอาโนเนะมาก สุเมธจะเต้นท่าน้องพลับโคตรน่ารักอ่ะ ปอยลุกขึ้นมาแดนซ์อะไรประมาณนี้ ที่สำคัญและขาดไม่ได้ เราถือไมค์คู่กับเพื่อนมาร์คร้องดีทูบีติดสามเพลงรวด ส่วนที่ประทับใจสุดๆ(ไม่ว่ากูจะเลือกเพลงลาว เสี่ยวขนาดไหนแล้ว เพื่อนวิพ ก็ยังเป็นคู่ร้องกับกูได้ทุกเพลง นับถือจริงๆ 555 โดยเฉพาะ เพลงดีมากเลยของเจมส์กับโดม )

ออกจากคาราโอเกะ ประมาณห้าทุ่ม ถึงหอก็ประมาณห้าทุ่มครึ่ง อาบน้ำแล้วก็นอน (ขอบคุณเพื่อนแบงค์มาส่งถึงหอ)

หมายเหตุ ระหว่างทางนั่งรถกลับก็ขำๆกันในรถเสียท้องแข็ง อย่างฮาอ่ะ เจอออมยิงแต่ละมุข สุดยอดจริงๆขอนับถือ

เด็กชายภูเบศ อนุบาล 3/2

เพิ่งไปค้นเจอเรื่องราวในสมุดพกสมัยอนุบาล อ่านแล้วก็สนุกดี "นี่เหรอวะ เราตอนเด็ก"
- น้องโยเป็นเด็กช่างพูด ช่างคุย มีเหตุผล มีความรับผิดชอบดีค่ะ
-ความสนใจในห้องเรียนน้องโยห่วงคุย คุณครูต้องชักจูงบ่อยๆแต่การทำงานของน้องโยทำงานเสร็จก่อนเพื่อน เข้าใจบทเรียนเร็ว ทำงานเรียบร้อยถูกต้อง
-น้องโยคงคิดเร็วกว่าพูดจึงทำให้พูดติดอ่างค่ะ
-เสียงดังฟังชัด แต่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตนเองค่ะ
-น้องโยมักชอบเล่นกับเพื่อนสนิทๆค่ะ
-ชอบการยกย่อง ชอบการชมเชย ประจบเก่ง ช่างพูดช่างถามค่ะ
-ยึดถือกติกาเป็นบางเรื่อง ชอบการทำงานที่มีการแข่งขัน
-น้องโยเป็นเด็กมีมารยาทดีค่ะ พูดจาไพเราะอยู่เสมอ
-กล้าแสดงออก และเสนอความสามารถตนเองได้ดีค่ะ
-ร่าเริงเป็นบางเวลาค่ะ มีนิสัยใจน้อยง่าย โกรธง่ายแต่หายเร็วค่ะ


เพลงไทยโดนใจเพื่อนๆ

ผมเป็นคนหนึ่งที่ค่อนข้างติดตามวงการเพลงไทย ไม่ว่าจะเป็นทั้งอาร์เอสและแกรมมี่ ปัจจุบันค่ายเพลงต่างแข่งกันผลิตศิลปินออกมามากมายจนผมยังติดตามหรือรู้จักแทบไม่หมด มันเยอะเหลือเกินเลยไม่รู้ว่า เพลงที่ออกมามันจะมีคุณภาพสักกี่เพลง

แต่สิ่งที่ผมเห็นอยู่เป็นประจำก็คือ วงการเพลงก็ยังผลิตเพลงสไตล์หรือเรื่องราวเกี่ยวกับความรักซึ่งก็เป็นแนวเดิมๆออกมายังไงก็ขายได้ขอเพียงให้เนื้อเพลงหรือทำนองโดนใจชาวตลาดๆก็พอขายได้แล้ว ดังนั้นเราจึงมักเห็นเพลงในแต่ละยุคแต่ละสมัย แต่งเพลงออกมาตามใจหรือเสนอเนื้อเพลงในเรื่องราวที่หลากหลายหรือแปลกๆอยู่เรื่อยๆ

เพลงที่ผมเพิ่งได้ฟังแล้วรู้สึกน่าจะโดนใจเพื่อนๆผมตอนนี้ก็น่าจะเป็นเพลง

"เด็กกว่าแล้วไง" ของ AB Normal ชุดใหม่ เพลงนี้น่าจะโดนใจเพื่อนเราบางคนซึ่งก็รู้ๆกันอยู่


อีกเพลงหนึ่งผมเพิ่งได้ฟัง ในคลื่น 88.0 PEAK FM เนื้อเพลงประมาณว่า "อยู่โรงเรียนผู้ชาย มีแต่ชายล้วน เจอผู้หญิงก็จะรู้สึกกล้าๆกลัวๆ หรือเขินๆอายๆ ประมาณนี้" เพลงนี้ก็น่าจะโดนใจเพื่อนเราที่มาจากโรงเรียนชายล้วนไม่มากก็น้อย แต่สิ่งหนึ่งพอผมได้ฟังผมก็นึกถึง "เพื่อนแด้ " ในทันที
ยังไงๆ ผมขออวยพรให้เพื่อนๆที่มีชีวิตจริงตรงตามเนื้อหาในเพลงที่ถูกแต่งขึ้น ประสบความสำเร็จในความรักทุกๆคนนะครับ จากใจนายโย

Tuesday, August 03, 2004

หมอเจ็บ คนเจ็บ

ไม่กี่วันมานี้ช่วงหยุดยาว 4 วัน ได้มีโอกาสคุยโทรศัพท์กับโอ๋เยอะเป็นพิเศษ รวมๆแล้วก็สองชั่วโมงกว่าได้ เพราะว่ามันมีเรื่องที่จะคุย เมื่อวานเลยชวนออกไปดูหนังกันที่เมเจอร์ปิ่นเกล้า เพราะว่าจะได้พบกันครึ่งทางสะดวกทั้งสองฝ่าย แม่โอ๋มาส่งถึงเมเจอร์เลยอ่ะ โคตรลงทุน เราก็เลยชวนรูมเมทออกไปด้วยกันเป็นเพื่อนแก้เขิน สรุปว่าไปเจอกันที่เมเจอร์เป็นสามคน ตอนแรกไม่รู้จะดูเรื่องอะไร เราเลยเสนอไอเดียให้ดูหนังตลก จะได้ไม่เครียดเหมาะกับโอ๋ดี เพราะเป็นผู้หญิง ก่อนเข้าโรงหนังก็ไปกินสุกี้กันประมาณชั่วโมงก็ค่อยเข้าโรงหนัง


หนังตลกดีโดยเฉพาะช่วงแรก เป็นหนังไทยแนวตลกที่ไม่ใช้ดาราตลกมาเล่น(แบบที่มีอยู่เกลื่อนกลาด)เป็นเรื่องราวความตื่นเต้นของชีวิตนักศึกษาแพทย์ที่กำลังจะจบ เค้าเรียกกันว่าหมอ Extern เนื้อเรื่องก็ดำเนินไปเรื่อยๆค่อยๆหยอดมุขทีละนิด ดูแล้วไม่เครียดดี โดยรวมถือว่าโอเคดีในระดับหนังไทย

หนังจบประมาณสองทุ่มได้ ส่งโอ๋กลับมหาลัย แล้วก็นั่งแท็กซี่กลับเพราะเหนื่อย