ไม่รู้เหมือนกันคนกรุงเทพก็ไม่ใช่ แต่ทำไมเราถึงตื่นเต้นกับการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ครั้งนี้ก็ไม่รู้ อาจเป็นเพราะว่าชีวิตของเราส่วนหนึ่งต้องวนเวียนและก็ใช้ชีวิตในกรุงเทพเป็นแน่ เลือกตั้งผู้ว่าครั้งนี้เค้าว่ากันว่ามีผู้สมัครเยอะแต่ว่าไม่ค่อยมีใครโดดเด่นหรือโดนใจคนกรุงเทพเข้าอย่างจังเลย
และ 6 ผู้สมัครตัวเก็งที่คาดว่าน่าจะได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็คงหนีไม่พ้น
| ปวีณา หงสกุล ได้รับการคาดการณ์ว่าจะเป็นเต็งหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ลาออกจากสังกัดพรรคชาติพัฒนาและลงสมัครในนามอิสระ ภาพลักษณ์คนที่คนทั่วไปเห็นคือนักสังคมสงเคราะห์ และ ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี |
สโลแกน "ปวีณา 24 ช.ม. กรุงเทพฯ 24 ช.ม." มีนโยบาย 3 ข้อ
1.จัดให้ผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะ แท็กซี่ สามล้อตุ๊กๆ 100,000 คน ใน กทม.เป็นอาสาสมัครสายตรวจ กทม. ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาว กทม. โดย กทม.จะจัดกองทุนสวัสดิการประกันอุบัติเหตุการศึกษาบุตร และการรักษาในโรงพยาบาลสังกัด กทม.
2.จัดตั้งวิทยุสื่อสาร กทม.เป็นศูนย์วิทยุสื่อสารให้แท็กซี่ส่วนบุคคลใช้บริการฟรี เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารจากแท็กซี่ สามล้อตุ๊กๆ ในฐานสายตรวจ กทม.เข้าด้วยกัน
3.เชื่อมโยงศูนย์วิทยุสื่อสารของแท็กซี่อู่ต่างๆ ใน กทม.และปริมณฑล เข้ากับศูนย์วิทยุ กทม.
 | อภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้สมัครที่ประกาศตัวในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นคนแรก สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เคยถูกมองว่าเป็นเต็งหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ภาพลักษณ์ของคนทั่วไปเป็นนักธุรกิจนักบริหาร(บริษัทจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ และ ทีเอออเร้นจ์) |
5 แบบ 5 นโยบาย
1.กทม.เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ การศึกษาและกีฬาของเยาวชนใน 50 เขต
2.ชีวิตครอบครัวเป็นสุข ทั้งด้านสุขภาพอนามัยอย่างมีคุณภาพ
3.กทม.สวยสดใส น้ำสะอาด โดยจะมีการแปลงที่รก จัดการปัญหามลภาวะ
4.กทม.จราจรสะดวกไม่ติดขัด ผลักดันให้มีการจัดรกโรงเรียนเชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชนต่างๆ
5.ผลักดันให้มีการพัฒนาอาชีพส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ จัดหาตลาด ร่วมมือกับต่างประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยว
 | ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ตอนแรกถูกมองว่าลงสมัครมาเพื่อสร้างสีสัน แต่ปัจจุบันกลับเป็นคู่แข่งที่สำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยนโยบายและภาพลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร |
ใช้หลัก"5 ส."
1) สังคม จะแก้ไขสังคมที่เห็นแก่ตัว ให้คนรวยหันมาช่วยเหลือคนจน
2) สวัสดิการ จะจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับคนยากจนสร้างสวนสาธารณะทั้ง 50 เขตคืนกำไรให้คนกรุงทุกคน
3) สวัสดิภาพ ปัญหาการก่ออาชญากรรมถือเป็นเรื่องที่ประชาชนกลัวมาก โดยเฉพาะโจรบนสะพานลอย ดังนั้นจะต้องโอนตำรวจนครบาลมาสังกัด กทม.แล้วแก้ได้แน่นอน
4) สาธารณสุข ในปัจจุบันโรงพยาบาลในสังกัด กทม.มีเพียง 7 แห่ง ส่วนสถานีอนามัยมีถึง 63 แห่ง
5) สภาพแวดล้อม ปรับปรุงระบบรถขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) ให้สามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็วขึ้น
 | ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง |
ยุทธศาสตร์บริหาร กทม. "7 แผน 4 ปรับ 3 หลัก 6 เร่ง"
7 แผน ได้แก่
1.จะสร้างและพัฒนาระบบบริหารให้เป็นธรรมาภิบาล โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเอาความสุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด และจะประสานความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
2.จะสร้าง กทม.ให้เป็นเมืองน่าอยู่มีสภาวะแวดล้อมที่ดีมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นเมืองชั้นนำของโลก
3.จะพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและการคมนาคมทั้งที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐและของ กทม. เพื่อประสานและสอดคล้องกันทั้งในด้านการบริหารและบริการ ทั้งนี้จะเสนอให้รัฐบาลกระจายอำนาจหรือมอบอำนาจให้ผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้บริหารแบบบูรณาการ หรือซีอีโอ ในการบริหารจัดการปัญหาของเมือง เช่น การจราจรหรือกิจการสาธารณูปโภค
4.จะสร้างศักยภาพของครอบครัวและเด็กให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นหลักในการสร้างสังคมที่ดี และมีคุณภาพ
5.จะสร้างโอกาสให้คนพัฒนารายได้ สร้างอาชีพ หรือทำมาหากินได้อย่างสุข มีความหวัง
6.จะสร้าง และพัฒนา กทม.ให้เป็นเมืองแห่งอนาคต และ
7.จะทำให้ กทม.เป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี
4 ปรับ ได้แก่
1.ปรับระบบการทำงานให้เป็น E- Bangkok
2.ปรับวัฒนธรรมการทำงานของข้าราชการให้ทันสมัยรวดเร็วและมีคุณภาพ
3.ปรับทัศนคติของข้าราชการให้รักประชาชน รักงาน และรักการให้บริการ
4.ปรับ กทม.ให้เป็นเมืองน่าอยู่ และเป็นเมืองชั้นนำของโลก
3 หลัก ได้แก่
1.กรุงเทพฯเมืองน่าอยู่ คนกรุงเทพฯคุณภาพชีวิตที่ดี
2.การบริหารทันสมัยด้วยเทคโนโลยีมีธรรมภิบาล
3.การบริหารการที่รวดเร็วมีคุณภาพ
6 เร่ง ได้แก่
1.เร่งให้ระบบบริหารและการให้บริการไปสู่ E-Bangkok เช่น เปิดการบริการจุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จ หรือ One stop service อี-ออปชั่น คือ การประมูลทางอินเตอร์เน็ตให้มีความโปร่งใส นอกจากนี้จะให้การศึกษาเพื่อปรับระบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่ไม่คุ้มค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่ไม่คุ้มค่า และเป็นภาระของประชาชนโดยไม่จำเป็น เช่น ยกเลิกค่าธรรมเนียมในการเก็บขยะจำนวน 40 บาทต่อเดือน นอกจากนี้จะให้มีการทบทวนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการบำบัดน้ำเสีย
2.เร่งสร้างทัศนคติการให้บริการประชาชนให้เป็นหัวใจ และวิญญาณของข้าราชการ
3.เร่งสร้างความน่าอยู่
4.เร่งสร้างเด็กไทย และสังคมไทยให้พร้อมในการแข่งขัน ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเด็กนักเรียน กทม.จะต้องรักษาอังกฤษและคอมพิวเตอร์
5.เร่งสร้างความรักและความอบอุ่นของครอบครัว
6.เร่งสร้าง กทม.ให้เป็นเมืองแห่งโอกาส และเป็นเมืองในฝันของคนสู้ชีวิต
 | การุญ จันทรางศุ เคยดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม.เป็นกรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ปัจจุบันลาออกจากพรรคไทยรักไทยเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในนามอิสระ |
1.ผลักดันเรื่องรถไฟฟ้า แก้ไขปัญหาจราจร
2.จัดระบบขนส่งมวลชนให้คล่องตัว เริ่มจากรถโดยสารประจำทาง
3.ปรับมาตรฐานคุณภาพรถประจำทาง และการให้บริการของรถประจำทางให้ดีขึ้น
เอามาจากหนังสือพิมพ์มติชนวันที่ 14 มิถุนายน 2547