Pubet Blog >>> All of Yo!!!

Thursday, July 29, 2004

เรื่องเล่าช่วงสอบ

ไหนๆก็เพิ่งสอบเสร็จมาเมื่อวานเลยเอามาเขียนหน่อยตามธรรมเนียม  สอบครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะอะไร ???
 
เวลาเตรียมตัวสอบครั้งนี้ถ้าจะว่าไปก็น้อยมากๆเลย ไม่ได้ตั้งใจเรียนด้วย เอาเป็นว่าความรู้ในหัวแทบไม่มี
ครั้งนี้สอบสี่ตัว ในคณะสามตัวกับนอกคณะอีกหนึ่งตัว
การเตรียมตัวก่อนสอบก็ไม่มีอะไร อ่านแต่เนตเวิร์ก สุขภาพเพื่อชีวิต แล้วก็ไอทีอีกนิดหน่อย ตอนแรกกะว่าจะอ่านสี่วันก่อนสอบแต่ไม่ค่อยได้อ่านเลย ได้อ่านจริงๆก็สองวันได้ เพราะว่าวันศุกร์ไปเดินเล่นที่เมเจอร์กับนอนหลับ วันเสาร์ไปสอบสุขภาพเพื่อชีวิตแล้วก็กลับบ้านไม่ได้อ่านเลย

วิชาแรกที่สอบ สอบวันเสาร์เป็นสุขภาพเพื่อชีวิตเป็นวิชานอกภาค รู้สึกว่าทำได้อ่ะ แต่ไม่รู้คะแนนจะดีหรือป่าว (ถ้าได้น้อยคงอายสุเมธน่าดูเลย ประมาณว่าอวดไว้เยอะ ฮ่าๆๆๆ)

 
วิชาถัดมาเป็นคอมพิวเตอร์เนตเวิร์ก อ่านไปเยอะมาก แต่ข้อสอบออกมาน้อยมากถ้าเทียบกับที่อ่านไป แต่ไม่รู้คะแนนจะเป็นยังไง เพราะก็ไม่แน่ใจที่ตัวเองตอบไปว่าเข้าใจถูกหรือป่าว โดยรวมถือว่าค่อนข้างทำได้

วันอังคารสอบวิชาไอที เป็นวิชาที่อ่านในหนังสือแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง เลยอ่านชีตแล้วจับหัวข้อมาไล่อ่านในหนังสือได้เล็กๆน้อยๆแล้วก็ให้สุเมธกับปอยพูดให้ฟัง วิชานี้เราท่องไปเยอะมาก แต่น่าเจ็บใจเสือกโง่ ลืมท่องว่าที่ท่องไปมันคืออะไร ควายจริงๆ  แต่ว่าส่วนบรรยายก็โม้ตามหลักการไปเรื่อยๆ รวมๆแล้ววิชานี้ร้าวสุดๆอ่ะ ประมาณว่าจากความรู้ที่มีไปสอบมันน่าจะทำได้เยอะกว่านี้หน่อยอ่ะ(เยอะกว่านี้ ไม่ใช่ได้คะแนนเยอะ) ไม่ใช่แค่นี้ (เข้าใจป่ะ)

วิชาสุดท้ายแทบไม่มีความรู้อะไรเลย ก่อนเข้าห้องสอบเสียความรู้สึกกับหลายๆคนอีก ประมาณว่าอารมณ์ไม่ดีก่อนเข้าห้องสอบ ตอนสอบก็โอเคนะ ทำได้เยอะกว่าที่ตั้งใจไว้ แต่ไม่พริ้วอ่ะ ทำได้เรื่อยๆมากกว่า ไม่รู้ว่าไอ้ที่ลอกตอบไปมันถูกหรือป่าว ไม่กล้าหวังอะไรมากอยู่แล้ว เพราะไม่มีความรู้จริงๆ โดยรวมการทำข้อสอบวิชานี้ถือว่าโอเคเพราะว่าตำราที่ขนเข้าไปค่อนข้างตรง
 

Wednesday, July 28, 2004

โยขอไป--แอ๊มจัดให้

โยขอมา...
พอลองเล่น notebook ของโยแล้ว ก็โดนกำชับนักกำชับหนาว่าเขียนลง blog ให้ด้วยเอ้า ตามคำเรียกร้อง สงสัยได้ทำ notebook review ให้ทั้งรุ่นแน่เลย หึๆเครื่องโยเหรอ Asus M2000N Centrino 1.6 512MB 60GB ราคาเท่าไหร่นะ 58000 รึเปล่า?ลองใช้ดู ชอบหลายๆอย่างเลย ตั้งแต่มีปุ่มปรับ profile การใช้งาน, ลดความเร็ว cpu ลงมาได้เยอะมากเหลือ 200MHz แถมไม่ช้าเลยด้วย, จอชัดดีมากปรับความสว่างได้หลายระดับ บางดีด้วย, การ์ดจอที่ติดมากับ 855GM ก็ OK เลยนะ เร็วใช้ได้ ชัดดีด้วย, ชอบโปรแกรมที่ Asus ทำมาให้ที่ชื่อ Power4Gear รึเปล่าความจำสั้น ทำมาดีมาก ยังกะของ Sony เลยแฮะ, น้ำหนักเบาดีมากเลย แถมใช้แบต Li 8-cells 4400mA อีก อยู่ได้นานดีจริง ขนาดเมื่อกลางวันลองสูบแบตดู ไม่ค่อยยุบเลยวุ้ย, แถมมีระบบเล่น Audio-CD ได้โดยไม่ต้องเปิดเครื่องอีกด้วย เหมือนของ Fujitsu, ลำโพงชัด เสียงดีใช้ได้ส่วนข้อเสียเหรอ เออ ให้ USB2.0 มาแค่ 2 รูเอง แถมไปอยู่ที่ด้านหลังเครื่องอีก เสียบยาก แล้วก็ช่องเสียบหูฟัง กับ AC ดันอยู่ทางขวามือ แถบเดียวกับDVD-Rom อีกเวลาจะใช้ Drive มันจะติดสายไฟ น่ารำคาญน่ะ คิดว่านะ แล้วก็ wireless ดันเป็นแค่ Intel Prowireless 2100 เป็นแค่ 802.11b เอง น่าจะใส่รุ่นใหม่กว่านี้ให้หน่อย อย่างอื่นก็น่าจะ OK นะ มีเวลาลองเล่นแค่แป๊บเดียวเองสรุปว่า เยี่ยม คิดถูกแล้วล่ะโย ที่ซื้อของ Asus ราคานี้ถือว่าคุ้มสุดๆ ใช้ให้คุ้มๆ นะโว้ยRating : 9.2 (เผื่อลองเครื่องอื่นแล้วเจ๋งกว่านี้)

Blog หลังสอบ

ช่วงสอบมีเรื่องราวมากมายเยอะแยะเลยที่อยากจะโพสต์ เด๋วค่อยทยอยโพสต์แล้วกัน

หมายเหตุ วันนี้ทำข้อสอบวิชา Interface ทำไปเรื่อยๆอ่ะ ไม่ค่อยมั่นใจ แต่ว่าทำได้เยอะกว่าที่คาดไว้

Wednesday, July 21, 2004

Datawarehouse

ได้เวบ Datawarehouse ของมหาวิทยาลัยเมืองนอกมา เอามาโพสไว้กันลืม http://www.santafe.cc.fl.us/~faeds/2001/resource_library/
k20_Data_Warehouse.pdf

http://www.umanitoba.ca/campus/administrative_systems/
database_technologies/warehouse/

http://www.upenn.edu/computing/da/dw/
http://www.its.uiowa.edu/ais/iddm/dwhomepage.htm



Monday, July 19, 2004

Motorola V303

เพิ่งซื้อมือถือมา เลยเอามาโพสกันลืม

รายละเอียดทั่วไป
- รูปทรง ฝาพับ           
- รองรับการใช้งานไตรแบนด์ GSM900/1800/1900           
- ขนาดตัวเครื่อง 89x49x25.3 มม.           
- น้ำหนัก 114 กรัม           
- แบตเตอรี่ Li-on 700 mAh สนทนาต่อเนื่อง 244-488 นาที เปิดเครื่องรอรับสาย 148-196 ชม.
 
จุดเด่น
- หน้าจอด้านในแบบสีความละเอียดสูง 176x220 พิกเซล รองรับ 65,536 สีแบบ TFT           
- เสียงเรียกเข้าแบบโพลีโฟนิค รองรับไฟล์ MP3 แสดงเสียงดนตรีจริง           
- กล้องระดับ VGA พร้อม ซูม 4 x           
- รองรับ จาวา แอปพลิเคชั่น (J2ME)           
- โทรออกด้วยเสียง           
- SMS/EMS/MMS/E-mail           
- หน่วยความจำ 5MB           
- ลำโพงแฮนด์ฟรี           
- แต่งเสียงเรียกเข้าได้ด้วย Motomixer           
- แสดงภาพคนโทรเข้า           
- Moto สมาร์ทไทย          
 - Instant Messaging เมนูแชทออนไลน์*

คุณสมบัติการเชื่อมต่อ
- GPRS (2U/4D)           
- WAP Browser version 2.0           
- สายดาต้าเคเบิลต่อผ่าน USB Port           
- Syncronization with PC
 
ทั้งหมดจ่ายไป 7,900 บาท

Saturday, July 17, 2004

คาราโอเกะ รังสิต

เมื่อวานหนู กับ นัท มานอนหอน้องเล็กแถวเกษตร เพื่อไปงานซ้อมรับปริญญาก้อย มาถึงเกษตรประมาณบ่ายสามเกือบบ่ายสี่ จึงชวนกันไปกินหมูกระทะ ร้านอาเหล็ง ตรงประตู 1 ชวนไช้ไปกินด้วยอีกคนเป็นสี่คน ไช้ทำความรู้จักกับหนู,นัท ได้เร็วพอสมควร กินหมูกระทะเสร็จ  นัทชวนไปต่อที่คาราโอเกะ ตอนแรกจะไปใบไม้ร่าเริง แต่ว่ามันเต็ม นัทเลยเสนอไอเดียไปร้องที่รังสิต แถวธรรมศาสตร์ 
 
ชวนไช้ไปด้วย แต่เกรงใจเหมือนกันเพราะวันรุ่งขึ้นไช้มีควิซ แต่ไช้ก็ไป สนุกมาก ร้องกันสี่คน(เรา ไช้ นัท หนู)โคตรมันเลย  กลับถึงหอประมาณเกือบตีสอง ไช้กลับไปอ่านหนังสือต่อ กว่าจะได้นอน ก็ตีสามตีสี่
 
//ค่ารถแท็กซี่ไปกลับ 400 โคตรเลย คุ้มมั้ยวะ????

Friday, July 16, 2004

ความเครียด

พักนี้รู้สึกว่าบรรยากาศอยู่หอมันดูเครียดๆไป คงเป็นเพราะว่าเรางานเยอะ เพื่อนไช้ก็งานเยอะด้วย เลยไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไร(ต่างคนต่างเครียด) แต่ก็ยังดีงานเสร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ พรุ่งนี้เพื่อนไช้ก็มีสอบย่อยก็คงเครียดเหมือนกันแต่เราไม่เครียดเพราะว่างานอาทิตย์นี้เราเคลียร์หมดแล้ว เหลือก็แต่สอบมิดเทอมที่ใกล้เข้ามาเอามากๆ

ตอนปี 1 ที่เรายังอ่านหนังสือกับไช้ และ ฉั่ง มันเครียดมากเลยนะ ต่างคนต่างไซโคกันว่าอ่านจบแล้ว เราก็เครียดมากๆเลยว่าเพื่อนอ่านเร็วมาก เรายังไปไม่ถึงไหนเลย แต่ก็ดีเราจะได้แอคทีฟคะแนนสอบออกมาก็ทำให้เลือกภาคคอมได้ ส่วนเพื่อนฉั่งเลือกเครื่องกล และ เพื่อนไช้เลือกวัสดุตามที่อยากเรียน 

สอบมิดเทอมคราวนี้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก คงไม่เครียดเหมือนปี1 คงต่างคนต่างอ่านเพราะอยู่คนละภาคกันแล้ว ก็ดีเหมือนกันเบื่อๆจะได้มีเพื่อนคุยจะได้ไม่ฟุ้งซ่านด้วย เพราะชอบฟุ้งซ่านมากเวลาอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง เฮ้อ

จะว่าไปแล้วถึงตอนนี้ก็จะครึ่งเทอมแล้วอยู่กับเพื่อนไช้สบายใจดี เพราะว่าเป็นคนอารมณ์ดีมันทำให้เราอารมณ์ดีตามไปด้วย ไม่เครียด สบายใจ

Thursday, July 15, 2004

โฉมหน้า...ที่รัก



ดูดี PERFECT!!!

Wednesday, July 14, 2004

โยน้อย ยิ๊บๆ


เก็บไว้เป็นหลักฐาน อิ๊บ อิ๊บ ...CPE15 //14 กรกฎาคม 2547

Tuesday, July 13, 2004

ความจำเป็นของเครื่องพิมพ์

ไม่คิดเลยนะว่าเราเองจะต้องมานั่งเครียดหรือปวดหัวเวลาจะปริ้นท์งานที ก็มันไม่มีที่ปริ้นท์นี่ครับ ไม่รู้จะทำยังไง ที่แลบดาต้าเบสก็ไม่มี ไปจ้างปริ้นท์ก็ลำบาก บางที่ก็แพง ไม่รู้จะทำยังไง จะให้ไปอ้อนวอนคุกเข่าขอร้องเพื่อนให้ปริ้นท์ก็รู้สึกเกรงใจเค้าป่าวๆ ถึงแม้บางแลบจะเก็บตังค์ก็เถอะก็ยังเกรงใจอยู่ดี บางทีอาจจะพาลเสียความรู้สึกกับเพื่อนป่าวๆเพราะหงุดหงิดหาที่ปริ้นท์ไม่ได้

ความจริงเราก็มีอิงค์เจทอยู่เครื่องหนึ่งนะ แต่มันไม่รักดี เจ๊งไปซะงั้น เฮ้อ เห็นทีจะต้องซื้อหามาเป็นของตัวเองสักเครื่อง คงเป็นแบบอิงค์เจทธรรมดาถูกๆ มีไว้พอปริ้นท์งานได้ก็พอ ไม่รู้แม่จะอนุมัติอีกหรือป่าว

ทำไมปีสี่มันต้องปริ้นท์งานเยอะอย่างนี้เนี่ย ไม่เข้าใจ

Monday, July 12, 2004

เทียบนโยบาย 6 ผู้สมัคร โค้งแรกศึกชิงผู้ว่าฯกทม.

ไม่รู้เหมือนกันคนกรุงเทพก็ไม่ใช่ แต่ทำไมเราถึงตื่นเต้นกับการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ครั้งนี้ก็ไม่รู้ อาจเป็นเพราะว่าชีวิตของเราส่วนหนึ่งต้องวนเวียนและก็ใช้ชีวิตในกรุงเทพเป็นแน่ เลือกตั้งผู้ว่าครั้งนี้เค้าว่ากันว่ามีผู้สมัครเยอะแต่ว่าไม่ค่อยมีใครโดดเด่นหรือโดนใจคนกรุงเทพเข้าอย่างจังเลย

และ 6 ผู้สมัครตัวเก็งที่คาดว่าน่าจะได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็คงหนีไม่พ้น

ปวีณา หงสกุล
ได้รับการคาดการณ์ว่าจะเป็นเต็งหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ลาออกจากสังกัดพรรคชาติพัฒนาและลงสมัครในนามอิสระ ภาพลักษณ์คนที่คนทั่วไปเห็นคือนักสังคมสงเคราะห์ และ ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี


สโลแกน "ปวีณา 24 ช.ม. กรุงเทพฯ 24 ช.ม." มีนโยบาย 3 ข้อ

1.จัดให้ผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะ แท็กซี่ สามล้อตุ๊กๆ 100,000 คน ใน กทม.เป็นอาสาสมัครสายตรวจ กทม. ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาว กทม. โดย กทม.จะจัดกองทุนสวัสดิการประกันอุบัติเหตุการศึกษาบุตร และการรักษาในโรงพยาบาลสังกัด กทม.
2.จัดตั้งวิทยุสื่อสาร กทม.เป็นศูนย์วิทยุสื่อสารให้แท็กซี่ส่วนบุคคลใช้บริการฟรี เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารจากแท็กซี่ สามล้อตุ๊กๆ ในฐานสายตรวจ กทม.เข้าด้วยกัน
3.เชื่อมโยงศูนย์วิทยุสื่อสารของแท็กซี่อู่ต่างๆ ใน กทม.และปริมณฑล เข้ากับศูนย์วิทยุ กทม.



อภิรักษ์ โกษะโยธิน
เป็นผู้สมัครที่ประกาศตัวในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นคนแรก สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เคยถูกมองว่าเป็นเต็งหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ภาพลักษณ์ของคนทั่วไปเป็นนักธุรกิจนักบริหาร(บริษัทจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ และ ทีเอออเร้นจ์)


5 แบบ 5 นโยบาย
1.กทม.เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ การศึกษาและกีฬาของเยาวชนใน 50 เขต
2.ชีวิตครอบครัวเป็นสุข ทั้งด้านสุขภาพอนามัยอย่างมีคุณภาพ
3.กทม.สวยสดใส น้ำสะอาด โดยจะมีการแปลงที่รก จัดการปัญหามลภาวะ
4.กทม.จราจรสะดวกไม่ติดขัด ผลักดันให้มีการจัดรกโรงเรียนเชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชนต่างๆ
5.ผลักดันให้มีการพัฒนาอาชีพส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ จัดหาตลาด ร่วมมือกับต่างประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยว


ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
ตอนแรกถูกมองว่าลงสมัครมาเพื่อสร้างสีสัน แต่ปัจจุบันกลับเป็นคู่แข่งที่สำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยนโยบายและภาพลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร


ใช้หลัก"5 ส."
1) สังคม จะแก้ไขสังคมที่เห็นแก่ตัว ให้คนรวยหันมาช่วยเหลือคนจน
2) สวัสดิการ จะจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับคนยากจนสร้างสวนสาธารณะทั้ง 50 เขตคืนกำไรให้คนกรุงทุกคน
3) สวัสดิภาพ ปัญหาการก่ออาชญากรรมถือเป็นเรื่องที่ประชาชนกลัวมาก โดยเฉพาะโจรบนสะพานลอย ดังนั้นจะต้องโอนตำรวจนครบาลมาสังกัด กทม.แล้วแก้ได้แน่นอน
4) สาธารณสุข ในปัจจุบันโรงพยาบาลในสังกัด กทม.มีเพียง 7 แห่ง ส่วนสถานีอนามัยมีถึง 63 แห่ง
5) สภาพแวดล้อม ปรับปรุงระบบรถขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) ให้สามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็วขึ้น



ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง


ยุทธศาสตร์บริหาร กทม. "7 แผน 4 ปรับ 3 หลัก 6 เร่ง"
7 แผน ได้แก่
1.จะสร้างและพัฒนาระบบบริหารให้เป็นธรรมาภิบาล โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเอาความสุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด และจะประสานความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
2.จะสร้าง กทม.ให้เป็นเมืองน่าอยู่มีสภาวะแวดล้อมที่ดีมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นเมืองชั้นนำของโลก
3.จะพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและการคมนาคมทั้งที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐและของ กทม. เพื่อประสานและสอดคล้องกันทั้งในด้านการบริหารและบริการ ทั้งนี้จะเสนอให้รัฐบาลกระจายอำนาจหรือมอบอำนาจให้ผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้บริหารแบบบูรณาการ หรือซีอีโอ ในการบริหารจัดการปัญหาของเมือง เช่น การจราจรหรือกิจการสาธารณูปโภค
4.จะสร้างศักยภาพของครอบครัวและเด็กให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นหลักในการสร้างสังคมที่ดี และมีคุณภาพ
5.จะสร้างโอกาสให้คนพัฒนารายได้ สร้างอาชีพ หรือทำมาหากินได้อย่างสุข มีความหวัง
6.จะสร้าง และพัฒนา กทม.ให้เป็นเมืองแห่งอนาคต และ
7.จะทำให้ กทม.เป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี

4 ปรับ ได้แก่

1.ปรับระบบการทำงานให้เป็น E- Bangkok
2.ปรับวัฒนธรรมการทำงานของข้าราชการให้ทันสมัยรวดเร็วและมีคุณภาพ
3.ปรับทัศนคติของข้าราชการให้รักประชาชน รักงาน และรักการให้บริการ
4.ปรับ กทม.ให้เป็นเมืองน่าอยู่ และเป็นเมืองชั้นนำของโลก

3 หลัก ได้แก่

1.กรุงเทพฯเมืองน่าอยู่ คนกรุงเทพฯคุณภาพชีวิตที่ดี
2.การบริหารทันสมัยด้วยเทคโนโลยีมีธรรมภิบาล
3.การบริหารการที่รวดเร็วมีคุณภาพ

6 เร่ง ได้แก่

1.เร่งให้ระบบบริหารและการให้บริการไปสู่ E-Bangkok เช่น เปิดการบริการจุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จ หรือ One stop service อี-ออปชั่น คือ การประมูลทางอินเตอร์เน็ตให้มีความโปร่งใส นอกจากนี้จะให้การศึกษาเพื่อปรับระบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่ไม่คุ้มค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่ไม่คุ้มค่า และเป็นภาระของประชาชนโดยไม่จำเป็น เช่น ยกเลิกค่าธรรมเนียมในการเก็บขยะจำนวน 40 บาทต่อเดือน นอกจากนี้จะให้มีการทบทวนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการบำบัดน้ำเสีย
2.เร่งสร้างทัศนคติการให้บริการประชาชนให้เป็นหัวใจ และวิญญาณของข้าราชการ
3.เร่งสร้างความน่าอยู่
4.เร่งสร้างเด็กไทย และสังคมไทยให้พร้อมในการแข่งขัน ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเด็กนักเรียน กทม.จะต้องรักษาอังกฤษและคอมพิวเตอร์
5.เร่งสร้างความรักและความอบอุ่นของครอบครัว
6.เร่งสร้าง กทม.ให้เป็นเมืองแห่งโอกาส และเป็นเมืองในฝันของคนสู้ชีวิต


การุญ จันทรางศุ
เคยดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม.เป็นกรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ปัจจุบันลาออกจากพรรคไทยรักไทยเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในนามอิสระ


1.ผลักดันเรื่องรถไฟฟ้า แก้ไขปัญหาจราจร
2.จัดระบบขนส่งมวลชนให้คล่องตัว เริ่มจากรถโดยสารประจำทาง
3.ปรับมาตรฐานคุณภาพรถประจำทาง และการให้บริการของรถประจำทางให้ดีขึ้น


เอามาจากหนังสือพิมพ์มติชนวันที่ 14 มิถุนายน 2547

วันเกิดพี่หน่อง

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (10 กรกฎาคม ) ก็เป็นวันครบรอบวันเกิดของพี่หน่องอายุ...ปี พี่หน่องชวนพวกเรา(โย แด้ แมน แหม่ม พล ผิง) ไปงานวันเกิด ไปถึงงานก็ทุ่มกว่าๆเกิบสองทุ่ม เป็นร้านอาหารของพี่หน่องเองที่ร่วมหุ้นกับเพื่อนอีกคนชื่อว่าร้านคุณเบ็ญ สภาพร้านก็เหมือนๆกับร้านอาหารอีสานแถวบ้านเราสภาพร้านอยู่กลางทุ่งนามีบ่อตกปลาให้ลูกค้าไว้ตกเพื่อทำอาหารโดยรวมแล้วน่านั่งมากเลย

งานวันนี้สนุกดีเราขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีหลายเพลงเหมือนกัน (งานนี้เพื่อนแมน กะ เพื่อนแด้ก็ขึ้นมาร้องด้วย ประทับใจจริงๆ) ตอนแรกกะว่าจะนั่งดื่มโค้ก แต่ไปไปมามากลับมานั่งดื่มเหล้า เบียร์และก็สปาย จนถึงวันนี้ตัวยังผื่นขึ้นคันไม่หายเลย(ไม่น่าเลยเรา) บรรยากาศงานวันนั้นเราสนุกดี แต่คนที่สนุกมากๆเลยดูเหมือนจะเป็นพี่หน่อง มีเพื่อนๆน้องๆมากันมากมาย (แต่ไม่รู้ว่าจะหมดสนุกหรือป่าวเมื่อเคลียร์ค่าเครื่องดื่ม อิอิ) กลับตอนเป่าเทียนวันเกิดให้พี่หน่องเสร็จประมาณเที่ยงคืนกว่านิดๆ (พลขับรถมาส่งที่เกษตร)คืนนั้นนอนไม่หลับเลย (ประมาณว่าคัน)


หมายเหตุ : งานนี้เพื่อนแด้เราได้ตำแหน่งขวัญใจแม่ยกไปครอง "ชนแก้วกับพี่หน่อยนะน้อง" , "กลับบ้านยังไงพี่ไปส่งมั้ยคะ" ฯลฯ

Saturday, July 10, 2004

ความรู้สึก

เมื่อตะกี้ ไปโพสคอมเมนท์ของเพื่อนมาร์คมา เพิ่งจะรู้สึกเลยนะว่าเกร็งมาก ไม่กล้าคอมเมนต์อะไร(ผมเป็นไรไปเนี่ย!!!) ไม่มีอะไรครับแค่ระบายความรู้สึก

blog baby

เปลี่ยนรูปแบบ blog ใหม่เพื่อนแด้เป็นคนเลือกให้บอกว่าคงไม่ซ้ำใครเหมือนอันก่อน(ที่โหลเอามากๆ) สาเหตุที่เปลี่ยนก็ไม่ใช่อะไร?เกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคcode templete มันหายไปหมดเลย เลยต้องไปเอามาใหม่ ซึ่งรูปแบบนี้ผมเองก็ชอบเหมือนกัน สีสันโดดเด่นคงไม่ค่อยมีคนใช้ อีกอย่างผู้หญิงมาอ่านคงชอบเพราะมันสไตล์เดียวกับพวกตุ๊กตา บาร์บี้เลย 555

Enter the project

เปิดเทอมมาเดือนกว่าแล้วโปรเจ็กส์ยังไม่ค่อยมีความคืบหน้าไปเท่าไร ปัจจัยมันก็มีหลายปัจจัยด้วยกัน คือ เราไม่ค่อยรู้ขอบเขตงานที่ทำ ไม่รู้ควรจะทำออกมาในรูปแบบไหน ยังไม่ค่อยรู้ทฤษฎีคลังข้อมูล ฯลฯ แต่ตอนนี้ก็พอเดาภาพออกลางๆแล้วว่าจะเริ่มทำอะไรก่อนดี ต้องทำอะไรก่อน อะไรหลัง ก็คิดว่าควรจะเริ่มต้น Enter the project ได้ซะทีแล้ว หลังจากไม่รู้จะทำอะไรมานาน

ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าจะเขียนอะไรเข้าไปใน Notebook หลังจากไม่รู้จะเขียนอะไรดีมานาน

Friday, July 09, 2004

งานนอกระบบ

สาม-สี่สัปดาห์ที่แล้ว เพื่อนแด้โทรมาชวนให้เป็น TA วิชาปาสคาลแทนดวงซึ่งต้องไปรับใช้คณะเป็นพี่ว้าก! เราก็รับปากไปทันทีเพราะเห็นว่าน่าลองดูอีกอย่างก็ว่างๆอยู่แล้วด้วยโดยเป็นแค่ช่วงเดือนแรก

สัปดาห์แรกที่ทำหน้าที่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยต้องตื่นเช้าหลังจากกลับจากไปทริป วันนั้นสมองเบลอมาก ตอบคำถามน้องๆไม่ค่อยได้เลย เครียดมาก ทำตัวไม่ถูก แต่ยังดีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด

สัปดาห์ที่สอง ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ให้เป็นเหมือนสัปดาห์แรก ขั้นแรกไปยืมหนังสือปาสคาลเพื่อนๆที่หอมาอ่านทบทวน ขั้นที่สองซื้อแลบชีทมาอ่านเตรียมตัวคอยตอบคำถามน้องๆ ปรากฎว่าผลตอบรับดีเกินคาด ตอบคำถามน้องได้ แก้ปัญหาให้น้องได้ (สัปดาห์นี้มีน้องๆชมว่าสอนเข้าใจ แล้วก็ขอเบอร์ไปเพื่อจะได้โทรมาถามได้)

สัปดาห์ที่สาม ทำเหมือนสัปดาห์ที่สอง แต่สัปดาห์นี้เหนื่อยหน่อยเพราะโจทย์ค่อนข้างยากสำหรับนอก กว่าจะอธิบายให้แต่ละคนเข้าใจ ปวดหัวเหมือนกัน

หมดหน้าที่แต่เพียงเท่านี้ส่งมอบให้ดวงกลับไปทำหน้าที่เหมือนเดิม

แต่.... น้องฝนที่เราให้เบอร์ไป โทรมาจะให้พี่โยติวให้วันพุธหน้า ประมาณเกือบสิบคนได้(น้องบอกว่ายังงั้น) เราก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะเป็นรุ่นพี่ ก็คงต้องติวให้อ่ะ ไม่รู้จะประสบความสำเร็จหรือป่าว กลัวทำให้น้องๆผิดหวัง

หมายเหตุ : กลุ่มน้องฝนมีน้องน่ารักๆคนหนึ่งถ้ามาติวด้วยจะดีมากๆเลยเผื่อจะมีแรงใจมากขึ้น สาธุ!

คิดถึงอีกแล้ว

ช่วงนี้มีข่าวคราวเรื่องราวใหม่ๆในสาธิตเกิดขึ้นมากมายเลยไม่ว่าโรงเรียนติดแอร์ทุกห้องแล้ว(ซึ่งสาธิตอื่นๆเค้าก็ติดกันหมดแล้ว) มีนักเรียนเก่าและปัจจุบันเข้าสู่วงการธุรกิจเพลง 4-5 วง,ศิลปิน มีอาจารย์รุ่นใหม่มากมาย เรียกว่าเป็น Generation ที่สองก็ว่าได้ เพราะGeneration แรกก็ใกล้เกษียณกันหมดแล้ว(จึงไม่แปลกถ้ากลับไปแล้วจะไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตาอาจารย์)

ว่าไปแล้วสังคมเล็กๆแบบโรงเรียนเราก็ดีไปอีกแบบนะเพราะว่านักเรียนกับอาจารย์ก็จำหน้ากันได้หมดถึงแม้ว่าจะไม่เคยคุยกันเลยก็ตามแต่เมื่อจบออกมาแล้วก็ทักทายกันอย่างสนิทสนมเหมือนรู้จักกันมาเป็นอย่างดีที่สาธิต ซึ่งกรณีนี้เราก็ทราบเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะกับพี่เหมียว น้องแบ้ง น้องเล็ก น้องปลา รุ่นพี่รุ่นน้องพวกนี้ไม่เคยคุยกันเลยนะตอนอยู่สาธิตแต่พอจบออกมาแล้วกลับคุยกันอย่างสนิทใจ

ก่อนจบขอทิ้งท้ายบทกลอนที่ ท่าน ศาสตราจารย์.มล.ปิ่น มาลากุล ได้แต่งให้ครั้งวันเปิดโรงเรียนสาธิตศิลปากรเป็นวันแรกเมื่อเกือบ 35 ปีที่แล้วว่า

สาธิตนิดนั้นสำคัญนัก
ถ้าใจรักจะเด่นเป็นปฐม
สนามจันทร์พัฒนาน่านิยม
มีสาธิตน่าชมเป็นขวัญใจ
โรงเรียนนิดมีกิจกรรมมาก
แต่ว่าอยากกระทำประเภทไหน
ภายนอกบำเพ็ญตนเพื่อคนไทย
แต่ภายในสร้างจิตสาธิตเอย


22 กรกฎาคม 2547 ก้อย ก็จะรับปริญญาเป็นคนแรก ดีเนอะ รับปริญญาคนแรกเพื่อนๆไปร่วมงานกันเยอะเลยรวมทั้งเราด้วย

Tuesday, July 06, 2004

Slot Machine

ในที่สุดวงดนตรีน้องใหม่สายเลือดสาธิตศิลปากรก็คลอดออกมาสำเร็จจนได้เป็นอีกวงที่มีความรู้สึกภูมิใจถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรด้วยเลยก็ตาม

ก็เพราะว่าโรงเรียนของผมเป็นโรงเรียนเล็กๆทั้งโรงเรียนมีอยู่ 400 กว่าคน ทั้งโรงเรียนก็จำหน้ากันได้หมด ไม่น่าเชื่อนะว่าพวกเราที่มีกันอยู่แค่ 400 กว่าคนจะสามารถทำได้ถึงขนาดนี้

พูดถึงความเป็นมา slot machine เป็นวงดนตรีน้องใหม่ที่ออกกับค่าย sony music bec tero ก้าวเข้ามาในวงการด้วยการได้ตำแหน่งรองชนะเลิศการประกวด Hotwave Music Award ครั้งที่6 ในชื่อวง อะลุ่มอล่วยแบนด์ ของโรงเรียนสาธิตศิลปากร


ต้องบอกว่าภูมิใจแทนครับ และคิดว่าผมคงสนับสนุน CD ของเค้าแน่นอนเพราะอย่างน้อยเราก็มีเลือดสาธิตศิลปากรเหมือนกัน


คลิกฟังเพลงได้ รอ ของ slot machine ได้ที่นี่
--------------------------------------


ศิลปิน: SLOT MACHINE
อัลบัม: SLOT MACHINE
สังกัด: Sony Music
แนวเพลง: POP ROCK
SLOT MACHINE วงดนตรีน้องใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับผลงานเพลงในแนวป๊อปร็อค สมาชิกประกอบด้วย เฟิร์ส-ศริส (ร้องนำ), ก่อน-กนันทร์ (กีตาร์), แก๊ก-อธิราช (เบส) และ เก้อร์-ปรมา (กลอง) หลังจากได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการประกวด Hot Wave Music Award ครั้งที่ 6 วันนี้พวกเขาทำฝันเป็นจริงแล้วกับอัลบั้มแรกที่ส่งเพลง รอ เพลงช้า เนื้อหาโดนใจ มีแต่คนที่ไร้หัวใจ และไม่เคยรอใครเท่านั้นที่จะไม่ซาบซึ้งไปกับเพลงนี้, หัวใช่เท้า เพลงเร็ว จังหวะสนุก เรื่องราวทีเป็นการเปรียบเทียบเล่นคำ นี่หัวนะ...มีไว้คิด นี่เท้านะ...มีไว้เดิน แต่ลองคิดดู...ถ้ามีคนนำ 2 สิ่งนี้มาใช้สลับกัน แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ลองฟังดูแล้วคุณจะรู้สึกคล้อยตามไปกับพวกเขา

ที่มาจาก http://www.m-dmd.com/ms-review.php?id=Msid0091&type=Accessories

Laptop ที่รัก กับ ความเหมือนที่แตกต่าง

เมื่อวานเป็นวันแรกที่แบก laptop ไปมหาวิทยาลัย ไม่น่าเชื่อนะว่าไอ้เจ้าวัตถุหนัก 2 กิโลกว่าๆนี้มันจะสามารถทำให้วิถีชีวิตของเราเปลี่ยนไปได้ เมื่อวานคุยกับเพื่อนเต้ทำให้ได้แนวคิดว่าการมี laptop เนี่ยมันก็เปรียบเสมือนการมีแฟน ช่วงแรกมันจะเห่อ ดูแล รักษาทนุถนอมอย่างดีเพราะมันเป็นสิ่งที่หามาได้ยาก คอยดูแลเอาใจใส่เก็บไว้ใกล้ตัวเพราะกลัวคนจะขโมยหรือคาบไป*แดก* วันๆเปิดดูเปิดเล่นเป็นสิบรอบเหมือนกับการอยากเห็นหน้าอยากทักทายโดยไม่เบื่อ
นี่ยังไม่รู้เหมือนกันนะว่าต่อไปไอ้เจ้า laptop ที่รักของเรานี้จะมีสภาพเป็นยังไง แต่ถึงยังไงตอนนี้ก็บอกได้เลยว่าดีใจมากเลยที่ได้มันมาและคงจะดูแลรักษามันอย่างดี

สรุปสเปกเครื่องคร่าวๆ
ASUS M2N
CPU : Centrino 1.6 GHz
RAM : 512 MB
HDD : 60 GB
Display : 14.1"XGA
Drive : Combo
Port : Wireless-LAN ,2*USB,IEEE,IR
Weight : 2.2 Kg
Price + VAT : 57,900 baht

Monday, July 05, 2004

Notebook

ในที่สุดเราก็มีโน๊ตบุคส์เป็นของตัวเองซะที เป็นโน๊ตบุคส์ ASUS M2N16E ราคา 57,900 บาท

Friday, July 02, 2004

ใครว่าผม หน้าตาเหมือน ฉิม!!!!!!!!!!!!!

มาแก้ข่าวว่าไม่เหมือน

สไปเดอร์แมน 2 (คนที่ยังไม่ได้ดูก็อ่านได้)

เมื่อวานมีโอกาสไปดู สไปเดอร์แมน 2 มาด้วยเป็นหนังที่เราคอยมานานเหมือนกัน เพราะว่าดูภาคแรกแล้วชอบมากเลย ไปดูภาคสองก็ไม่ผิดหวังแม้ว่าในบางตอนของเรื่องจะไม่ดูค่อยสมเหตุสมผล แต่ว่าความเท่ห์และความสนุกของหนังมันทำให้เราประทับใจหนังเรื่องนี้มากๆเลย ดูแล้วอยากเป็นสไปเดอร์แมน ยังไงยั้งงั้น เท่ห์โคตรรรรร

สรุปแล้วสไปเดอร์แมนภาคสองเป็นหนังขายความเท่ห์ของสไปเดอร์แมน ซึ่งก็ทำออกมาได้ดีทีเดียวดูเป็นฮีโร่มากกว่าภาคแรกอีก สำหรับคนชอบหนังแอ็กชั่นใครยังไม่ได้ไปดูไปดูซะนะ

มา Comment กันหน่อย

คิดๆมาก็นานอยู่ ไม่เห็นมีใครมา comment บ้างเลย ใครเข้ามาอ่านบ้างช่วย comment หน่อยนะจะได้มีแรงเขียน Blog ต่อ .....นายโย