Pubet Blog >>> All of Yo!!!

Monday, May 31, 2004

เพื่อนมากลากไป

เย็นวันอาทิตย์เป็นอีกวันที่รู้สึกเหมือนว่าภารกิจจะดูเยอะๆ(ลางสังหรณ์บ่งชี้ตั้งแต่รับโทรศัพท์ขณะอาบน้ำรวมสี่สาย)
ตอนประมาณเกือบๆ6โมง เพื่อนมาร์คโทรมาชวนไปกินอากาเป ปรากฎว่าอากาเปปิด เลยต้องไปกินข้าวขาหมู 30 บาทแทน
กินขาหมูเสร็จก็ไปหาเพื่อนวิทย์ต่อเพื่อไปเอาของที่ฝากไว้กับเงินค่ามัดจำคืน (กว่าจะหาห้องเพื่อนวิทย์เจอลำบากพอควรเพราะจำไม่ได้ว่าอยู่ห้องอะไรและเพื่อนวิทย์ก็ติดต่อไม่ได้ เลยเคาะห้องผิดไปห้องหนึ่ง ก็ขอบคุณเพื่อนนพ เพื่อนกุ๊ก ที่ช่วยกันเดาๆหมายเลขห้องให้)
วิทย์ช่วยขนของมาที่หอให้เสร็จประมาณ2ทุ่มครึ่ง เกือบๆสามทุ่ม โทรคุยกับโอ๊ตและอาร์ต เลยถูกเรียกให้ออกไปหาที่เมเจอร์รัชโยธิน พอไปเจอก็นั่งแท็กซี่กันไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ลาดพร้าวซอย 1 พร้อมกับเพื่อนโอ๊ตอีกสองคน ทำท่าว่าจะนั่งแท็กซี่กลับหอ แต่ดันเลยไปจอดที่ อตก. เลยต้องเข้าไปด้วยความจำใจ
สุดท้ายปิดฉากด้วยสภาพที่มึนๆ ไม่รู้เพราะดื่มหนัก หรือโยกหัวจนคอเคล็ด กลับหอแทบไม่ไหว เพื่อนต้องลากไปส่งที่หอ แย่จังเนอะ วันรุ่งขึ้นเรียนตั้งแต่ 7 โมงครึ่งยังดีที่ลุกไหวมาเรียนทัน


หอใหม่

ในที่สุดก้อได้มาอยู่หอใหม่ซักที หอลำดับที่4หลังจากที่เข้ามาเรียนที่เกษตร
เกษตรอพาร์ตเมนท์ ---> หอแรก อยู่ในซอยกรมยุทธฯ อยู่ห้อง 302 เป็นหอที่ทำให้เรารู้จักกับเพื่อนๆที่เพชรบุรี (หนุ่ย-พล-อาร์ต)แล้วก็สามสาวจากแดนเหนือ(อ้อ-แนน-ลูกจันทร์)รวมเวลาอยู่หอนี้ 4 เดือน
วีทีเฮาส์ -----> หอที่สอง ย้ายมาอยู่กับ mate ฉั่ง และ ไช้ อยู่หอนี้สนุกมากเพื่อนเยอะดีสนิทกับสาวๆห้องตรงข้าม และทำให้ได้มีโอกาสสนิทกับแมนมากขึ้นเพราะอยู่หอเดียวกัน ย้ายออกตอนสิ้นปี2 เทอม2 รวมเวลาอยู่ 1 ปีครึ่ง
แกรนด์นิวดี -----> หอที่สาม ออกมาอยู่กับ วิทย์ และ กุ๊ก เพื่อนในกลุ่มเดียวกัน อยู่ได้ 1 ปี ก็แยกย้ายกันไปอยู่คนละห้อง
เกษตรแคมปัส ---> กลับมาอยู่กับไช้ เมทเก่า เป็นหอตรงแยกเกษตร ประทับใจเพราะหอถูก และใกล้สะดวกสบายถึงแม้ว่าจะดูเก่าไปหน่อย

จัดห้องทั้งเสาร์และอาทิตย์ ดูห้องยังรกๆอยู่เลยเพราะว่าไม่รู้จะเอาของไปซุกไว้ไหน โชคดีเพื่อนแมนแนะนำมาว่าให้เอาไปยัดใต้เตียงเด๋วต้องลองกลับเอาไปทำดู..

ความห่วงใย

เมื่อวันเสาร์ เป็นอีกวันที่ต้องนั่งรถทัวร์มากรุงเทพอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆที่ออกจากบ้านตั้งแต่ 9 โมงเช้า บรรยากาศบริเวณท่ารถทัวร์แตกต่างไปมากกับที่เคยเห็น ภาพคนคอยขึ้นรถอย่างหนาตา หลังจากที่เราได้ขึ้นไปนั่งบนที่นั่งเบอร์16(ที่นั่งประจำริมหน้าต่างด้านซ้ายแถวที่4) ก็มองออกไปบริเวณนอกรถอย่างเรื่องปกติแต่ภาพที่เห็นตรงหน้าและทำให้เราต้องเก็บมาคิดก็คือ ภาพที่พ่อ กับ แม่ มาส่งลูกสาวของตัวเองขึ้นรถทัวร์แล้วหอมแก้มกัน กอดกัน เป็นการอำลา เห็นแล้วบอกได้เลยว่า หายากนะครอบครัวที่แสดงความรักโดยไม่อายใครมองแล้วดูอบอุ่นนัก
ย้อนหลังไปประมาณ 6-7 ปีที่แล้วที่เราเข้าสู่วัยนักเรียนกวดวิชา เราต้องนั่งรถทัวร์ครั้งแรกๆ พ่อ-แม่เราก็เป็นห่วงเรามากเหมือนกัน ถึงขนาดว่าต้องขับรถตามรถทัวร์จนถึงกรุงเทพแล้วแอบดูลูก ว่าสามารถช่วยเหลือตัวเองในสังคมใหม่ๆได้หรือป่าว และครั้งต่อๆไป พ่อกับแม่ก็มาส่งที่ท่ารถแล้วก็คอยเราจนกว่ารถจะออกจากท่า พอมองความรักที่พ่อ - แม่มีให้แล้วมันหาอะไรเปรียบไม่ได้เลยนะ :)
พอนึกถึงความรักที่พ่อ-แม่มีให้แล้ว อีกคนหนึ่งที่เราคงรักเสมอคือ ก๋ง คนที่ให้ความรักเราจริงๆโดยไม่มีใครเทียบได้เลย คนที่คอยเอาใจใส่ห่วงใยหลานวัย20 กับตนเองที่อายุ 90 คนที่ต้องมาส่งเราเวลาเราออกมาเรียนหนังสือทุกเช้าสมัยมัธยม คนที่มานั่งคอยรับหลานที่หน้าปากซอยตั้งแต่ 4 โมงเย็นถึงแม้ว่าจะรู้ว่าหลานมาถึงบ้านตอน 4 - 5 ทุ่ม คนที่คอยปลาบปลื้มยิ้มดีใจเมื่อหลานประสบความสำเร็จ คนที่คอยปลอบใจเราทุกครั้งเมื่อพอกับแม่ตี คนที่พาเรานั่งรถสองแถวออกไปซื้อขนมซื้อของเล่นตอนเด็กๆ เมื่อรู้ว่าหลานอยากได้ คนที่คอยตามมาป้อนข้าวป้อนน้ำที่โรงเรียนสมัยที่หลานเรียนอยู่โรงเรียนอนุบาล คนที่คอยออกตามหาเวลาหลานออกจากบ้านไปเที่ยวกับเพื่อนโดยไม่บอกใคร .......

ก๋งครับ โยอยากจะบอกว่าโยรักก๋งมากนะ ก๋งฝันดีนะครับ...

Wednesday, May 26, 2004

I'm a trainee (จากวันแรกถึงวันสุดท้าย)

แผนกที่เรามาอยู่คือ IT-FIS (FIS เป็นแผนกย่อยของแผนก IT อีกทีหนึ่ง)มีคนในแผนกประมาณเกือบๆ20 คนได้ 2-3 สัปดาห์แรกไม่ค่อยได้รู้จักกับพี่ๆเลย เพิ่งจะมารู้จักกล้าคุยมากขึ้นคือตอนหลังๆสงกรานต์นี่เอง ชีวิตที่ฝึกงานก็เรื่อยๆอ่ะ ช่วงแรกๆพี่เค้าก็สอนให้อ่ะว่าที่ซีเกททำอะไรบ้าง(เยอะอ่ะขี้เกียจเขียน) หน้าที่ที่แผนกต้องทำอะไร(จนบัดนี้ยังงงอยู่เลยว่า FIS รับผิดชอบอะไรบ้าง) พอหลังๆก็ให้ทำงานชิ้นหนึ่งชื่อว่า ITS(Inventory Tracking System) พูดง่ายๆก็คือเป็นระบบจัดเก็บระเบียนสิ่งของ อะไรประมาณนี้ ก็เลยใช้ php เขียนกับ DBMS ของ Oracle กว่าจะทำเสร็จจนพี่เค้าพอใจก็วันฝึกงานวันสุดท้ายพอดี (เราว่าถ้าพี่เค้าเห็น code คงด่าให้หลังมาแน่ๆเลย .. ไม่น่าทิ้งเบอร์ไว้ให้พี่)
วันฝึกงานวันสุดท้ายคุยกับไอเด็กว่าพี่เค้าจะเลี้ยงเราป่าววะ เราบอกว่าไม่แน่นอน แต่ไอเด็กบอกว่าน่าจะเลี้ยง พอถึงวันฝึกวันสุดท้ายไม่น่าเชื่อแฮะ พี่ทัศน์มาบอกว่า วันนี้ไม่ต้องไปกินข้าวที่ไหนนะเด๋วไปกินข้าวด้วยกันขอบใจที่น้องๆมาช่วยงานพี่ๆ (กูช่วยตรงไหนวะ)
และประทับใจมากๆเลยอ่ะ พี่เค้าพาไปกินอาหารเวียดนาม ไปกันทั้งแผนกเลย พี่ณัฐ (Director) ก็ไปด้วย สุดท้ายพี่ณัฐก็ต้องออกตังค์เพราะใหญ่สุด
กลับจากพี่ๆพาไปเลี้ยงแล้ว ที่ซีเกท เรียกปัจฉิมนิเทศน์ เพื่อแนะแนววิธีการสมัครงาน มอบcertificate แล้วก็ถ่ายรูปร่วมกัน(ดูเป็นทางการดี) จากนั้นก็ให้ประเมินพี่เลี้ยง แล้วก็ให้กรอกชื่อ ที่อยู่ อีเมลล์ เบอร์โทรศัพท์ ทิ้งไว้
ตอนเย็นฝนตกหนักมาก ทำให้ได้บรรยากาศดี ก่อนกลับมีของฝากพี่เล็กๆน้อยๆ เป็นพวงกุญแจรถ (ไอเด็กเป็นคนเลือก) ตอนแรกกลัวว่าพี่เค้าจะไม่ชอบกัน แต่ตรงกันข้ามเหมือนกับพี่ๆเค้าตื่นเต้นใหญ่เลยที่น้องๆมีของที่ระลึกให้เป็นพวงกุญแจรถ ส่วนพี่นกที่เพิ่งจะคุ้นเคยตอนท้ายๆก็ให้สมุดกับปากกาไว้เป็นที่ระลึก
ขอขอบคุณ พี่ๆที่แผนก IT-FIS แล้วกันที่เลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีไม่ว่าจะเป็น อาหารตามสั่ง ไก่อย่าง ส้มตำ พิซซ่า ข้าวกล่องที่พี่ทัศน์ไปซื้อให้ตอนที่เราทำงานล่วงเวลา และที่ลืมไม่ได้ วันที่พากันไปกินข้าวที่พัทยา2 แถวบางปู อยากบอกว่าคาราโอเกะ สนุกมาก (แย่งพี่ๆร้องหมด) ประทับใจจริงๆ อ่ะคับ

แบริ่งอพาร์ตเมนท์

ตั้งแต่เคยใช้ชีวิตในอพาร์ตเมนท์มา ครั้งนี้แหละรู้สึกแปลกที่สุด เท่าที่เคยอยู่มา ----> สะดวกสบาย ใจกลางเมือง มีแต่นักศึกษา แต่ครั้งนี้อยู่ชานเมือง ย่านโรงงาน คนที่พักส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนทำงานในชานเมือง ไม่สะดวกสบายเลย แต่ก็ทนอยู่ได้เพราะว่าอยู่แค่ 2 เดือน ตอนเช้าจะออกไปทำงาน ก็นั่งแท็กซี่ไป หารกัน 3 คน เฉลี่ยคนละ 20 บาท บอกเค้าว่าไปซีเกท ก็รู้จักกันหมด ขากลับเหนื่อยหน่อยต้องนั่งสองแถวแต่ก็ดีฆ่าเวลาที่จะต้องไปนอนเฉยๆที่หอได้ดีทีเดียว
ส่วนที่ตั้งของอพาร์ตเมนท์ ก็อยู่ตรง สุขุมวิท107 เค้าเรียกกันว่าซอยแบริ่ง อยู่ติดๆกับซอยลาซาล เราอยู่ในซอยย่อยๆลงไปอีกคือ แบริ่ง14 คนแถวนั้นเรียกว่าซอยเล้าไก้ เพราะเลี้ยงไก่ชนกันเยอะ
แต่ที่ดีที่สุดอยู่อย่างหนึ่งก็คือ เราได้อยู่ฟรี ไม่เสียตังค์เพราะว่าเป็นอพาร์ตเมนท์ของ อาโก ไอ้เด็กมัน คิดแล้วก็ต้องขอบคุณอาโกมากๆเลย ชีวิตหลังกลับถึงที่พัก ก็โทรศัพท์ หรือไม่ก็นอนฟังวิทยุเท่านั้น ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร รอวันศุกร์เพื่อที่จะได้กลับบ้านอย่างเดียว....

Tuesday, May 25, 2004

แบริ่ง อพาร์ตเม้นท์

ตั้งแต่เคยใช้ชีวิตในอพาร์ตเมนท์มา ครั้งนี้แหละรู้สึกแปลกที่สุด เท่าที่เคยอยู่มา ----> สะดวกสบาย ใจกลางเมือง มีแต่นักศึกษา แต่ครั้งนี้อยู่ชานเมือง ย่านโรงงาน คนที่พักส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนทำงานในชานเมือง ไม่สะดวกสบายเลย แต่ก็ทนอยู่ได้เพราะว่าอยู่แค่ 2 เดือน ตอนเช้าจะออกไปทำงาน ก็นั่งแท็กซี่ไป หารกัน 3 คน เฉลี่ยคนละ 20 บาท บอกเค้าว่าไปซีเกท ก็รู้จักกันหมด ขากลับเหนื่อยหน่อยต้องนั่งสองแถวแต่ก็ดีฆ่าเวลาที่จะต้องไปนอนเฉยๆที่หอได้ดีทีเดียว
ส่วนที่ตั้งของอพาร์ตเมนท์ ก็อยู่ตรง สุขุมวิท107 เค้าเรียกกันว่าซอยแบริ่ง อยู่ติดๆกับซอยลาซาล เราอยู่ในซอยย่อยๆลงไปอีกคือ แบริ่ง14 คนแถวนั้นเรียกว่าซอยเล้าไก้ เพราะเลี้ยงไก่ชนกันเยอะ
แต่ที่ดีที่สุดอยู่อย่างหนึ่งก็คือ เราได้อยู่ฟรี ไม่เสียตังค์เพราะว่าเป็นอพาร์ตเมนท์ของ อาโก ไอ้เด็กมัน คิดแล้วก็ต้องขอบคุณอาโกมากๆเลย ชีวิตหลังกลับถึงที่พัก ก็โทรศัพท์ หรือไม่ก็นอนฟังวิทยุเท่านั้น ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร รอวันศุกร์เพื่อที่จะได้กลับบ้านอย่างเดียว....

Seagate Technology

15 มีนาคม 2547 เตรียมพร้อมเต็มที่เลยว่าวันนี้เป็นวันปฐมนิเทศน์เด็กฝึกงานของบริษัท แล้วค่อยเริ่มทำงานจริงๆวันที่ 20 มีนาโน่น (เพิ่งจะมารู้ทีหลังว่า วันที่ 15 มีนานี่แหละ เริ่มฝึกงานเลยตอนนั้นเครียดเพราะยังไม่ได้เตรียมตัวขนของมาพักแถวนี้เลย) วันนี้ ถึงซีเกทประมาณ 7 โมงเช้าก่อนเวลานัดประมาณ1ชั่วโมงเลยเดินเตร่อยู่แถวนั้นดูสภาพโรงงาน กับ สาวโรงงานแถวนั้นสภาพภายนอกของโรงงานเป็นอาคารชั้นเดียวเหมือนห้างโลตัสแถวบ้าน มีสาวๆโรงงานใส่ชุดฟอร์มซีเขียวอ่อนๆติดตราซีเกท ดูคล้ายๆจะเป็นพนักงานตามโรงพยาบาลเอกชนมากกว่า พอ 8 โมงเช้ามีพนักงานหน้าซีเกทคงเห็นเราแต่งชุดนิสิตเดินไปเดินมาอยู่แถวนั้น เลยถามว่าเป็นเด็กฝึกงานหรือป่าว เค้าเลยพาเราไปที่ห้องประชุม นั่งปฐมนิเทศน์ตั้งแต่ 8โมงเช้าจนเกือบๆเที่ยง โคตรเบื่อเลย พูดอะไรก็ไม่รู้ซ้ำไปซ้ำมา พอพูดเสร็จ ก็พาทัวร์โรงงาน สภาพที่เห็นก็ไม่เป็นอย่างที่คิดไว้เลย โรงงานดูสะอาดเป็นระเบียบมาก พวกๆสาวโรงงานที่นี่เค้าเรียกว่า Operater จะทำงานอยู่ในห้อง Clean room ส่วนชั้นบนจะเป็นออฟฟิศ ใหญ่มาก มีฉากกั้นเหมือนๆเล้ากักสัตว์ ผิดหวังมาก!!! แต่โชคยังเข้าข้างเรา เราได้ไปอยู่แผนก IT แผนกนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่แผนกที่มีห้องเป็นส่วนตัวไม่ต้องไปนั่งรวมกับใคร ค่อยยังชั่ว... อ่อ นักศึกษาฝึกงานที่ซีเกทมี 26 คน มีเรากะไอ้เด็ก 2 คนได้ไปอยู่แผนก IT ส่วนกอล์ฟ (ภาคไฟ)ได้อยู่ LPM และ พี (อุตสาหการ)ไปอยู่อะไรไม่รู้จำชื่อไม่ได้
อ่อ ที่สะดุดตาอยู่อย่างหนึ่งคือ ยาม(ผู้หญิง)เฝ้าตึกที่เราอยู่หน้าตาน่ารักดี (แต่เสียอย่างเดียวเสียงใหญ่ไปหน่อย)

ไหนๆตั้งใจจะทำ blog แล้วเลยลองเขียนอะไรดูก่อน เผื่อว่าจะมีกำลังใจเขียนต่อๆไป
แต่ก่อนอื่นเห็น Mk ทำเราก็เข้าไปอ่านบ่อยๆโดยที่มันไม่รู้ตัว เพิ่งจะรู้ว่า Dugdae ก็ทำเหมือนกัน
เลยลองทำ Blog ของตัวเองมั่งตามคำแนะนำของ Mk และ Dugdae เพราะว่าเอาไว้เป็นที่ระบายและบันทึกความทรงจำก็ดีเหมือนกัน
เขียนครั้งแรก เลยลองบันทึกเรื่องราวมากมายช่วงปิดเทอมเอาไว้ก่อนดีกว่า เผื่อกลับมาอ่านจะได้จำความทรงจำช่วงนี้ได้

Monday, May 24, 2004

Pubet

ลองใช้ดู