Pubet Blog >>> All of Yo!!!

Thursday, April 28, 2005

แทนความว่างเปล่า

เรียนจบแล้วครับ มาทำงานได้หนึ่งเดือนแล้ว อยู่ดีๆความรู้สึกเหงาก็เข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัว มันเป็นความรู้สึกที่เราเกลียดที่สุดเลย ความรู้สึกของการอยากมีเพื่อนๆ หรืออยากมีใครก็ได้ที่อยู่กับเราคอยเอาใจใส่ดูแลเราเวลาเรารู้สึกท้อแท้ หรือคอยเป็นกำลังใจให้ก็ได้ แต่ยิ่งเวลาผ่านไปมันก็ยิ่งเหงานะ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร อีกอย่างช่วงนี้หาสาระและจุดมุ่งหมายของชีวิตไม่ได้เลย ขนาดทำงานแล้ว บางทียังไม่รู้เลยว่าทำไปทำไม ทำไปเพื่อให้มันได้อะไร รู้แต่ว่าเกิดมาก็ต้องทำๆไปใช้ชีวิตให้หมดไปวันๆก่อนที่จะตาย
เมื่อวานเป็นอีกหนึ่งในไม่กี่วันที่ได้คุยกะเพื่อนไช้แบบเปิดใจ เพราะว่าช่วงนี้แทบไม่ได้คุยกันเลยเพราะว่าไช้เครียดๆด้วย พอได้คุยกันมันก็รู้สึกดีขึ้นบ้างว่าอย่างน้อยเราก็รู้สึกว่าไช้เป็นเพื่อนอีกคนที่ดีกะเรามากที่สุดคนหนึ่งเหมือนกัน ก็ขอบใจที่พูดให้กำลังใจนะ
ช่วงเช้า เพื่อนเต้ บอกว่าได้ยินเราพูดกะไช้เมื่อคืนแล้วก็ให้ข้อคิดดีๆหลายอย่าง ทำให้เข้าใจอะไรมากขึ้น เราก็คงต้องปรับตัวให้ตัวเองเข้มแข็งและก็ทนใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้ต่อไปเรื่อยๆ

Thursday, April 21, 2005

เมื่อรู้แล้ว...จัก...ภาคภูมิชีวิตแห่งตน

ถ้าโกรธกับเพื่อน...มองคนไม่มีใครรัก
ถ้าเรียนหนักๆ...มองคนอดเรียนหนังสือ
ถ้างานลำบาก...มองคนอดแสดงฝีมือ
ถ้าเหนื่อยงั้นหรือ.มองคนที่ตายหมดลม
ถ้าขี้เกียจนัก..มองคนไม่มีโอกาส
ถ้างานผิดพลาด...มองคนไม่เคยฝึกฝน
ถ้ากายพิการ..มองคนไม่เคยอดทน
ถ้างานรีบรน...มองคนไม่มีเวลา
ถ้าตังค์ไม่มี...มองคนขอทานข้างถนน
ถ้าหนี้สินล้น...มองคนแย่งกินกับหมา
ถ้าข้าวไม่ดี...มองคนไม่มีที่นา
ถ้าใจอ่อนล้า...มองคนไม่รู้จักรัก
ถ้าชีวิตแย่...มองคนแย่ยิ่งกว่า
อย่ามองแต่ฟ้า...ที่สูงเกินตาประจักษ์
ความสุขข้างล่าง...มีได้ไม่ยากเย็นนัก
เมื่อรู้แล้ว...จัก...ภาคภูมิชีวิตแห่งตน

Wednesday, February 09, 2005

เมื่อวันที่เราต้องเริ่มออกหางาน

ชีวิตช่วงนี้เรื่อยๆเปื่อยๆอ่ะครับ ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ใช้ชีวิตตามกระแสสังคมไปวันๆ กลางวันอยู่มหาลัย กลางคืนอยู่หอ เสาร์-อาทิตย์ก็กลับบ้าน ชีวิตช่วงนี้มันมีสิ่งที่ต้องคิดหนักคือ ชีวิตหลังเรียนจบ จะต้องทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ความฝันตอนเด็กว่าอยากจะรวย ยังมองไม่เห็นเลย แต่ก็ยังไม่ได้คิดถึงตอนนั้น เอาเป็นว่าตอนนี้หางานทำให้ได้ก่อนเพื่อให้ได้ชื่อว่าไม่เป็นบัณฑิตตกงานเพราะเดี๋ยวสังคมต่างจังหวัดจะประนามได้ว่าไปเรียนถึงกรุงเทพกลับมาเดินเตะฝุ่นแถวบ้าน ถ้าได้งานทำแล้วก็ค่อยคิดต่อไปว่าจะเอายังไง หาลู่ทางในการทำเงินดีๆต่อไปคงต้องเสี่ยงหาทางเปิดธุรกิจซึ่งก็เป็นความคิดของคนทั่วๆไปแต่ความสามารถบวกกับประสบการณ์ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้เลย รอภาวะความเป็นผู้ใหญ่ของตัวเองให้มากกว่านี้ก่อน ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ

เจ็บขนาดนี้คงจะไม่ไหว

เหนื่อยใจ

Thursday, September 23, 2004

อัพ...เดท... สักหน่อย

วันนี้ขอ อัพ......เดท...... สักหน่อยดีกว่า หลังจากไม่ได้อัพ......มาเป็นชาติ.....ได้แล้วมั้ง

ช่วงสองสามวันมานี้ได้อยู่หออย่างเต็มอิ่ม (ขอบอกว่าเต็มอิ่มจริงๆ ไม่ได้ออกไปไหนเลย) อยู่แต่ในหอ แต่ไม่รู้สึกอุดอู้ เพิ่งรู้ว่าหอเรานี่อากาศดีจัง มลภาวะทางใจก็ดี ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องคิดมากนอกจากเรื่องสอบ
พูดถึงเรื่องสอบก็สอบมาแล้วสองตัว ทำไม่ค่อยได้ทั้งสองตัวเลย ตัวแรกคือ ไอที ต้องอ่านภาษาอังกฤษเป็นร้อยหน้า ไอ้กูก็โง่ภาษาฝรั่งเสียด้วยเลยทำให้อ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง พอตอนทำข้อสอบก็เลยทำแบบพอถูๆไถๆ ไอ้เกรดที่หวังไว้ว่าจะได้ก็คงจะไม่ได้
วิชาต่อมาเป็นคอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์ก วิชานี้มีปัญหาตรงที่ ที่อ่านมาไม่ออก ที่ออกไม่อ่าน (เสือกไปโทษอีกว่าไม่มีชีตไกด์ไฟนอลของอาจารย์ ความเป็นจริงตัวกูมันโง่เองที่ไม่ได้ตั้งใจเรียน) สอบวิชานี้ดูจากข้อสอบคิดว่า ใครเข้าใจก็ง่าย ใครไม่เข้าใจก็ยากไปเลย แต่กูอยู่ในพวกควายไม่เข้าใจเลยทำไม่ได้

สอบสองตัวเสร็จแล้ว คงหายเครียดไปได้บ้าง เหลืออีกสองตัวคงไม่เครียดเท่าไรมั้ง กลับไปวันนี้จะไปดูละครให้เต็มอิ่ม หลังจากเมื่อคืนไอ้เพื่อนไช้มันดูยั่วน้ำลายซะขนาดนั้น


เสาร์หน้า เพื่อนไช้จะไปเที่ยวบ้านที่กาญจนบุรี ยังไม่รู้เลยว่าจะพาไปเที่ยวไหน แต่ที่แน่ๆ จะพามันขี่แมงกาไซด์เที่ยวรอบเมือง

วันนี้เขียน blog อย่างอารมณ์ดี แค่นี้ก่อนละกัน หวัดดีครับ

Wednesday, September 01, 2004

ความโชคดีของคนชื่อ ว. ในแต่ละแลบ

วันนี้เป็นวันที่ต้อง present ข้อเสนอโครงงานเป็นวันแรกอาจารย์สุ่มชื่อมาทั้งหมด 7 คนจากแต่ละแลบซึ่งจะสุ่มจากชื่อ ว. ก่อนเป็นอันดับแรกรายนามการ present วันนี้ประกอบด้วย
วีรวิชญ์ จาก KDL
วรวุฒิ จาก ANRES
วิภู จาก MIKE
วิสิทธิ์ จาก HPCNC แต่ติดธุระ สุเมธ จาก MIKE จึง present แทน
บุณพจน์ จาก MAD
กนกวรรณ จาก DSTRL
และ เรวัต จาด NAiST
ผ่านไปด้วยดี
พรุ่งนี้
วสีนต์ จาก ADA
และ พิชานน จาก MIKE

Saturday, August 28, 2004

สรุปกิจกรรมที่น่าสนใจรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

วันจันทร์
- ไปช่วยแด้กับดวงเป็น TA วิชาปาสคาล ปรากฏว่าเป้าหมายไม่มาดันไปเป็น Lead ซะงั้น
- ไปดู Windstuck มากับเพื่อนแด้(ที่โดนลากมาดูด้วย)รอบสี่ทุ่ม หนังสนุกมากๆชอบๆไม่เสียแรงที่ไปดูซะดึก
วันอังคาร
- ไปช่วยแด้ กับดวงคุมสอบปาสคาล ปรากฎว่าเป้าหมายมาสอบนั่งกลางห้องแถมเรียกเราไปนั่งข้างๆด้วย แต่ว่าเป็น TA(จำเป็น) ที่ดีต้องทำตัวดีๆ เลยไม่ไปนั่ง
- ไปโยนโบล์กับไช้ตอนสี่ทุม(โดนไช้ลากไป) กว่าจะได้โยนก็ห้าทุ่มเลิกเกือบตีหนึ่ง ข่าวดีทำแต้มได้เกินร้อยครั้งแรก
วันพุธ
- วันนี้ไม่มีเรียน ไม่รู้วันนี้ทำอะไรไปบ้าง ลืม!!! อ่อจำได้ว่าเพื่อนแด้ Message มาตอนเกือบตีสองว่าเข้าห้องแลบเราไม่ได้ต้องไปนอนบ้านเพื่อน
วันพฤหัส
- เหมือนจะเริ่มเครียดเลยเกิดคึกนอนมหาลัย
- เกิดเรื่องสิ่ ยามอย่างโหดครับ มาเคาะห้องไม่เลิก อยู่คนเดียวด้วย น่ากลัวชะมัด ต้องลงไปหลบอยู่ใต้โต๊ะกลัวมันจะปีนขึ้นมาดู โทรหาเพื่อนแด้(สายหลังๆ)ก็ติดต่อไม่ได้ โชคดีมีแบงค์ช่วยดูให้ เอาเป็นว่าต้องปิดไฟทั้งคืนทำไรก็ไม่ได้อย่างเซ็งอ่ะ
วันศุกร์
- เหมือนจะเครียดว่ะ ไม่ได้ทำไรเช่นเคย
วันเสาร์
- เครียดจัด แต่ก็ยังไปเดินจตุจักรมาแล้วก็โพส blog อย่างเปรมเช่นนี้

ไปเดินจตุจักรมา

เคยคุยกับแด้ว่าจะไปเดินจตุจักรมาประมาณสี่อาทิตย์ได้แล้วเพราะว่าช่วงนั้นมีเงินและก็อยากได้เสื้อผ้าใหม่ๆ ผลัดกันไปผลัดกันมาจนในที่สุดก็ได้ไปวันนี้ ตอนแรกจริงๆไม่ค่อยอยากไปเท่าไรเพราะเครียด แต่ว่าตั้งใจจะไปแล้วก็ต้องไปให้ได้ครับ

ออกจากเกษตรก็บ่ายสามโมงกว่าๆแล้ว ไปเดินจตุจักรตอนแรกก็ไม่รู้จะซื้ออะไร เพราะซื้อไม่เป็น(ไม่เคยซื้อของเอง) แต่เอาเข้าจริงแล้วของที่ชอบก็มักสะดุดตาร้านเดียวกับแด้ เลยทำให้เหมือนซื้อของเลียนแบบกัน ประมาณว่าแด้ซื้อ เราซื้อ ก็ดีเหมือนกันจะได้ช่วยต่อให้เราด้วยเพราะเราต่อไม่เป็น


สรุปรายการของวันนี้ที่ได้มา
ก็เสื้อยืดมีปก 190 บาท
กางเกง 180 บาท
เสื้อยืดมีปกอีกตัว 100 บาท
กางเกงยีนส์ 199 บาท
ถุงเท้า 50 บาท
ค่าข้าว+น้ำ ประมาณ 30 บาท

รวมทั้งหมดประมาณ 760 บาท ทั้งหมดเพื่อนแด้จ่าย แหมใจดีจริงๆ ต้องขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

เครียดโว้ยยยยยยยยย

เครียดโว้ย
ไม่รู้ทำไมอาทิตย์นี้มันเครียดจริงๆ แล้วเพิ่งมาเครียด เป็นอะไรไม่รู้อ่ะ เรื่องโปรเจ็กส์ทำไมทำเราเครียดได้ขนาดนี้ มันเหมือนเราทำไม่ได้แล้วโดเดี่ยวอยู่เพียงผู้เดียวไม่มีใครคอยให้คำปรึกษา ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับเราเป็นลูกคนเดียวหรือป่าวไม่รู้ที่มีพ่อแม่คอยโอ๋คอยเอาใจทำอะไรไม่ได้พ่อ แม่ ก็ทำให้ ไม่เคยรับผิดชอบชีวิตด้วยตัวเอง

เอาละต่อแต่นี้ไปเราจะพยายามยืนด้วยลำแข้งของตัวเองพยายามทำงานให้ได้ด้วยตัวเองสักที ไม่รู้จะไปได้สักกี่น้ำ

Tuesday, August 24, 2004

เรื่องของเพื่อนของผม Special Blog

เวลาเกือบสี่ปีในชีวิตนิสิตมหาวิทยาลัย ผมรู้สึกว่ามันช่างรวดเร็วซะเหลือเกิน เรื่องราวมากมายมันก็ผ่านเข้ามาในชีวิตของผม มีทั้งดีและร้าย มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ความทรงจำของผมมากมายได้เกิดขึ้นที่นี่

ครับ ชีวิตในแต่ละวันของผม ก็มีทั้งวนๆเวียนๆซ้ำๆซากไปวันๆ บางวันก็มีเรื่องบางเรื่องเข้ามาให้ตื่นเต้นได้เป็นพักๆ ครับ blog special ครั้งนี้ผมขอเอ่ยถึงเพื่อนของผมที่ต้องเจอกันทุกวัน ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยร่วมกัน

เรื่องราวของผมมากมายเกิดขึ้นร่วมกับเพื่อนๆของผมสามคนนี้มากที่สุดเลยครับ

คนแรกครับ
แมน
คนนี้ผมขอเรียกว่าเพื่อผู้มีพระคุณ ผมรู้จักกับแมนมาได้เกือบๆสี่ปีเท่ากับชีวิตที่เรียนในมหาวิทยาลัยได้ แมนรู้จักกับผมตั้งแต่ปีหนึ่ง เรียน sec เดียวกันตลอดจนถึงตอนนี้ ตอนแรกๆผมรู้จักกับแมนในฐานะที่มันเป็นขวัญใจสาวๆครับ ผมหมั่นไส้มัน เพราะว่าเวลาเพื่อนมีปัญหาอะไรมักจะเรียกหาแมนเสมอ คนอะไรชอบทำตัวเป็นพระเอก ผมคนหนึ่งหล่ะจะไม่พึ่งมันคนหนึ่ง... แต่แล้วโชคชะตาก็ทำให้ผมกับแมนต้องมาเรียนในภาควิชาเดียวกัน จะมีใครหล่ะถ้าไม่ใช่มันที่จะคอยติวหนังสือให้เวลาเรียนไม่รู้เรื่อง สุดท้าย ไอ้แมนคนนี้แหละคือคนที่ผมนึกถึงคนแรกอยู่เสมอเมื่อผมมีปัญหาด้านการเรียนเพราะแมนแทบจะเป็นเพื่อนคนเดียวเลยที่ไม่ปฏิเสธผมเวลาผมขอให้มันติวหนังสือให้หรือขออยู่กลุ่มเดียวกันกับมัน แบบว่าไม่ต้องเกรงใจเลยก็ว่าได้ เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็แมนคนเดียวอีกนั่นแหละที่เป็นเพื่อนที่ช่วยล้างห้องน้ำ,ยกของเวลาย้ายหอโดยไม่ต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ ประทับใจมึงจริงๆเลยว่ะ ไอ้ซูเปอร์แมน

มาร์ค
คนนี้ครับรู้จักตอนปีสองเทอมต้น จำได้ว่าไปเรียน Eng4 แล้วคุ้นหน้าคนๆนี้ เหมือนจะอยู่ภาคเดียวกัน ก็เลยไปทำความรู้จักซะ ไปๆมาๆ ต้องอยู่กับมันเนี่ยแหละ คบแล้วสบายใจ มาร์คเป็นเพื่อนที่ผมขอเรียกว่า เพื่อนผู้น่าภาคภูมิใจแล้วกัน เพราะว่าเป็นเพื่อนของผมที่ผมคิดว่ามันทำอะไรก็ดูดีมีหลักการไปหมด มาร์คเป็นเพื่อนผมคนหนึ่งที่ผมจะเชื่อเสมอเวลามันพูดอะไร เป็นคนที่น่าเชื่อถือมาก แต่มีอยู่อย่างเดียว อย่างเดียวเท่านั้นจริงๆที่ผมจะกลัวมาร์คเสมอ ครับสิ่งเดียวที่ผมกลัวมาร์คครับ ผมกลัวมาร์คด่าอ่ะครับ (อันนี้ก็ทราบนะครับว่าเพื่อนหวังดี แต่บางทีมันก็ไม่รู้จริงหรือลืมไปแล้วนี่นา)

แด้
เพื่อนแด้จริงๆแล้วชื่อว่านัด แต่เพื่อนเรียกว่าแด้ เพราะหน้าคงเหมือนดักแด้ มั้ง ฮ่าๆ เพื่อนแด้ผมขอเรียกว่าเพื่อนสบายๆแล้วกัน อยู่กับแด้แล้วสบายใจ แต่บางทีก็มีไม่สบายใจบ้าง เพราะว่าแด้ชอบหาว่าผม ง๊องแง๊ง แด้เป็นเพื่อนคนเดียวที่ผมกล้างี่เง่าด้วยได้ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เพราะว่ามันไม่ด่าเหมือนมาร์คแล้วก็ไม่เฉยชาเหมือนแมนมั้ง แด้เป็นเพื่อนที่ผมคุยด้วยแล้วรู้สึกสนุกมีอะไรก็เล่าให้ฟัง เป็นเพราะว่าความสนิทด้วยมั้งอีกอย่างมักจะได้ข้อคิดอะไรๆที่แปลกๆกลับมาเสมอประมาณว่าคนอื่นไม่น่าจะคิดได้ แด้เป็นเพื่อนอีกคนที่มีน้ำใจและก็เชื่อว่ามีความจริงใจให้เพื่อนมากอีกคนหนึ่ง

ครับเพื่อนผมสามคนนี้ใน Special Blog ของผมเป็นยังไงบ้างคาดว่าคุณๆก็คงคิดเหมือนผมใช่มั้ยครับ

อบรมร้องเพลงกับ KU CHORUS

ครับก็ไปอบรมร้องเพลงกับ KU CHORUS มา
ตามไปอ่านที่ Blog ของแด้ได้
http://dugdae.blogspot.com/2004/08/ku-korus.html
เพราะไปอบรมด้วยกันมา
สนุกดี ครูสอนใจดี ได้ประสบการณ์ใหม่ๆเพิ่มเข้ามาโอเคเลยอ่ะ